xs
xsm
sm
md
lg

G Cargo จุดระเบิดโลจิสติกส์ไทย! สินค้าจมคลัง ส่งออกติดล็อก หอการค้าจี้คมนาคมแก้ด่วน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการ Logistics & Supply Chain สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ มีความกังวลต่อปัญหาสินค้าขาเข้าตกค้างภายในคลังสินค้าการบินไทย (TG Cargo) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม และกำลังสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อผู้นำเข้า ตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ ตัวแทนออกของ ตลอดจนโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศ

ปัญหาสำคัญไม่ได้หยุดอยู่แค่ความล่าช้าในการรับสินค้า แต่ยังส่งผลต่อแผนการผลิต การส่งมอบสินค้า และต้นทุนของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ที่น่ากังวลคือเริ่มกระทบไปถึงระบบขนส่งสินค้าขาออก ซึ่งอาจลุกลามเป็นปัญหาต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานและความเชื่อมั่นต่อระบบโลจิสติกส์ไทย

ที่ผ่านมา หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ ได้ติดตามปัญหาผ่านคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งทางอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอรายงานและแนวทางแก้ไขต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ซึ่งได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานคณะทำงาน ประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทำหน้าที่เลขานุการ

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ให้บริการคลังสินค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มกำลังคน อุปกรณ์ และปรับปรุงระบบปฏิบัติงานแล้ว แต่ปัญหายังคงยืดเยื้อ โดยเฉพาะขั้นตอนการแยกสินค้าออกจากอุปกรณ์บรรทุกสินค้า (ULD Breakdown) ที่ล่าช้า และการระบุตำแหน่งจัดเก็บสินค้า (Cargo Location) ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถค้นหาและรับสินค้าได้ตามกำหนด

สถานการณ์ยิ่งน่าห่วง เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Singapore Airlines Cargo ออกประกาศแจ้งข้อจำกัดการให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากปัญหาสินค้าขาเข้าล่าช้าส่งผลต่อการหมุนเวียนอุปกรณ์ ULD สำหรับสินค้าขาออก ประกอบกับข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และพื้นที่ปฏิบัติงาน จนต้องจำกัดการรับสินค้าบางประเภทเป็นการชั่วคราว สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาที่เริ่มต้นจากคลังสินค้าขาเข้า กำลังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังการส่งออกแล้ว

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ จึงเสนอ 5 มาตรการเร่งด่วนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ได้แก่

1. แยกสินค้าตามสายการบิน จัดกลุ่มสินค้าตกค้างตามสายการบิน เช่น การบินไทย China Airlines EVA Air และ Korean Air เพื่อให้ค้นหาและบริหารจัดการพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น
2. เร่งรื้อแยกสินค้าบน ULD ระดมกำลังคนและอุปกรณ์เร่ง Breakdown สินค้าที่ค้างอยู่ พร้อมนำเข้าสู่พื้นที่จัดเก็บตามกลุ่มสายการบิน และเร่งคืน ULD กลับเข้าสู่ระบบหมุนเวียน
3. จัดระเบียบตำแหน่งจัดเก็บสินค้า กำหนด Cargo Location ให้ชัดเจน ตรวจสอบได้จริง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสินค้ามีอยู่แต่ไม่สามารถระบุตำแหน่งและค้นหาได้
4. เปิดทางให้เอกชนร่วมระดมกำลังคน เพิ่มเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และให้บุคลากรจากตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศเข้ามาช่วยคัดแยกและค้นหาสินค้า ภายใต้การควบคุมด้านความปลอดภัยของผู้ให้บริการคลังสินค้า
5. เร่งแก้ระบบ AOT Cargo Clearhouse จัดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบปรับปรุงข้อมูล Cargo Location ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ประกอบการตรวจสอบสถานะและวางแผนรับสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาต้องมีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน กำหนดผู้รับผิดชอบและกรอบเวลา พร้อมประเมินผลจากจำนวนสินค้าที่ระบายออกจากคลังได้จริง ไม่ใช่เพียงรายงานว่ามีการเพิ่มกำลังคนหรืออุปกรณ์เท่านั้น โดยควรจัดลำดับความสำคัญให้กับวัตถุดิบที่จำเป็นต่อภาคการผลิตและสินค้าที่ต้องเร่งส่งมอบเป็นอันดับแรก

หอการค้าไทยยังเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมเร่งเรียกประชุมคณะทำงานตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบหมายไว้ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกำหนดแนวทางปฏิบัติและเร่งแก้ปัญหาให้เห็นผลโดยเร็ว

พร้อมยืนยันว่าจะติดตามและประสานความร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม หน่วยงานภาครัฐ ผู้ให้บริการคลังสินค้า และสมาคมผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งให้บริการสินค้าทางอากาศที่สุวรรณภูมิกลับสู่ภาวะปกติ และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก