กรมการค้าภายในประสานห้างเพิ่มสต็อก เติมสินค้าในชั้นวางให้เต็ม หลังประชาชนซื้อสินค้า “กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง” รับมือเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติตามมาตรฐานสากล ห้างแจ้งมีการซื้อของเพิ่ม 5-10% ส่วนใหญ่เป็นน้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารกระป๋อง นม ทางด้านราคาสินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์ยังทรงตัว ทั้งหมู ไก่ ผักสดเริ่มลด เผยไทยช่วยไทย ธงฟ้าสู้ภัยน้ำท่วม จัดแล้ว 582 ครั้ง ลดค่าครองชีพกว่า 20 ล้าน เตรียมจัดต่อให้ครบ 3,036 ครั้งทั่วประเทศ
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รณรงค์ให้ประชาชนจัดเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง” (3 วัน) เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรฐานสากลในการดูแลตนเองในช่วง 3 วันแรก เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้น แต่ในส่วนของไทย ไม่ได้มีปัญหาเหมือนหลายประเทศในกลุ่มยุโรป แต่กรมก็ได้เตรียมความพร้อมในการรับมือ และได้ประชุมร่วมกับห้างค้าส่งค้าปลีกเพื่อเตรียมความพร้อมแล้ว หลังจากได้รับรายงานว่า ที่ผ่านมา ยอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น 5-10% สินค้าที่มีการซื้อเพิ่ม อาทิ น้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารกระป๋อง นม เป็นต้น
“จากการสอบถามกับทางห้าง พบว่า มีการซื้อสินค้าบางกลุ่มเพิ่มขึ้นจริง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะเงินเดือนออกแล้ว จึงมีการซื้อสินค้าเข้าบ้านเพิ่มขึ้น และบางคนก็ซื้อเผื่อไว้ตามที่มีการออกข่าว หรือได้ยินจากข่าว ไม่ได้หวือหวามากนัก ซึ่งกรมได้แจ้งให้ห้าง เตรียมเซฟตี้สต็อกให้เพียงพอกับความต้องการ และเติมสินค้าอย่าให้ขาดไปจากชั้นวาง โดยทุกห้างได้รับไปดำเนินการแล้ว ส่วนผู้ผลิตและผู้จัดส่งสินค้า ก็เตรียมพร้อมในการผลิตและจัดส่ง ขอประชาชนเบาใจได้ ขอให้ตระหนัก แต่อย่าตระหนก ส่วนกรม ก็จะติดตามดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป”นายวัฒนศักย์กล่าว
นายวัฒนศักย์กล่าวว่า สถานการณ์สินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์ ราคายังทรงตัว โดยสุกรมีชีวิต 69.90 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) หมูเนื้อแดง (ไม่แต่ง) 134.56 บาทต่อกก. ไก่ น่อง-สะโพก 90.56 บาทต่อกก. เนื้อน่อง 89.38 บาทต่อกก. เนื้ออก 85.50 บาทต่อกก. ไข่ไก่ คละ 4 บาทต่อฟอง และราคาเบอร์ 3 มีแนวโน้มลดลง ปลานิล 78.40 บาทต่อกก. ปลาทับทิม 113 บาทต่อกก. ปลาดุก (บิ๊กอุย) 70.30 บาทต่อกก. กุ้งขาว 70 ตัวต่อกก. 194 บาทต่อกก. ส่วนผักสด ส่วนใหญ่ราคาปรับลดลง โดยราคาผักขายส่ง ณ ตลาดสี่มุมเมือง วันที่ 6 พ.ย.2569 ผักบุ้งจีน 16 บาทต่อกก. ผักบุ้งไทย 14 บาทต่อกก. ผักกาดขาว (ลุ้ย) 13 บาทต่อกก. ต้นหอม 160 บาทต่อกก. ใบแมงลัก 20 บาทต่อกก. โหระพา 60 บาทต่อกก. หัวไชเท้า 20 บาทต่อกก. ถั่วฝักยาว 36 บาทต่อกก. กะหล่ำปลีเขียว 10 บาทต่อกก. พริกจินดาเขียว 34 บาทต่อกก. พริกจินดาแดง 40 บาทต่อกก. ใบกะเพรา 20 บาทต่อกก.
ส่วนผลการดำเนินโครงการไทยช่วยไทย ธงฟ้าสู้ภัยน้ำท่วม ได้จัดไปแล้ว 582 ครั้ง มูลค่าขายสินค้า 52.54 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน 20.22 ล้านบาท และจะจัดต่อเนื่องให้ครบ 3,036 จุด ทั่วประเทศ และในกรุงเทพฯ ต่อไป โดยสินค้าที่นำไปจำหน่าย อาทิ ไข่ไก่ ข้าวสาร น้ำมันพืช และน้ำตาลทราย สินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ทำความสะอาด และสินค้าอื่น ๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้า House Brand สินค้า SME สินค้า GI เป็นต้น และกรมยังได้เตรียมหารือร่วมกับผู้ผลิต ห้างค้าส่งค้าปลีก เตรียมมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน โดยจะจัดโครงการไทยช่วยไทย นิวเยียร์ เมกะเซลล์ ลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยขณะนี้ กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมการ หากชัดเจนแล้วจะเปิดแถลงข่าวให้ทราบอีกครั้ง
ทั้งนี้ กรมยังได้เข้าไปดูแลผลไม้ ที่ขณะนี้ลำไยภาคตะวันออกนอกฤดูกาล ได้เริ่มออกสู่ตลาดแล้ว โดยมีแผนเปิดจุดจำหน่ายในห้าง ศูนย์ราชการ และองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อกระตุ้นการบริโภค เชื่อมโยงการจำหน่ายผ่านตลาดกลาง ตลาดสด และร้านธงฟ้า ประสานผู้ซื้อ เข้าไปรับซื้อ และเปิดจุดรับซื้อลำไยในราคานำตลาด รวมทั้งจะสนับสนุนกล่องขนาด 10 กิโลกรัม โดยไปรษณีย์ไทยช่วยจัดส่ง และตะกร้าขนาด 3 และ 5 กิโลกรัม เพื่อให้เกษตรกรจำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์
สำหรับสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 16,350 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,250 บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี ตันละ 12,650 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 9,500 บาท ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,500 บาท มันสำปะหลัง 3.80 บาทต่อกก. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 11.04 บาทต่อกก. โรงงานรับซื้อ 11.65 บาทต่อกก. ปาล์มน้ำมัน 8.05 บาทต่อกก. น้ำมันปาล์มดิบ 38.88 บาทต่อกก. น้ำมันปาล์มขวด 51.34 บาทต่อขวด ยางดิบ 83.10 บาทต่อกก. น้ำยางสด 83.75 บาทต่อกก. ยางก้อนถ้วย 37.65 บาทต่อกก.


