xs
xsm
sm
md
lg

DITP นำผู้ประกอบการเครื่องประดับเงินขายสินค้าที่เยอรมนี ได้ยอดกว่า 19.2 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำผู้ประกอบการเครื่องประดับเงินไทย 15 บริษัท เข้าร่วมงาน “Thai Silver Jewelry: Meet the Hands Behind the Craft” ณ กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี และจัดเจรจาจับคู่ธุรกิจ ได้ยอดขายกว่า 19.2 ล้านบาท

นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า DITP ได้นำผู้ประกอบการเครื่องประดับเงินไทย 15 บริษัท เข้าร่วมประชาสัมพันธ์สินค้าและเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าต่างประเทศ ในงาน “Thai Silver Jewelry: Meet the Hands Behind the Craft” ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบปะกับผู้ซื้อโดยตรง แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ความต้องการของตลาด และแนวทางพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต พร้อมจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้นำเข้าเยอรมนี เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่สามารถต่อยอดไปสู่การค้าได้อย่างต่อเนื่อง

โดยผลการจัดงาน Business Matching ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย คาดการมูลค่าเจรจาการค้าทันที 21,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 714,000 บาท) และคาดการณ์มูลค่าสั่งซื้อ (ภายใน 1 ปี) 18,530,000 บาท และยังได้มีกิจกรรมต่อเนื่องสร้างเครือข่ายและประชาสัมพันธ์สินค้าเครื่องประดับเงินไทย (Networking Reception) โดยมีผู้อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน และ Mr.Eberhard Trempel, HTA กรุงเบอร์ลิน รวมทั้งผู้นำเข้า ผู้ซื้อ ผู้ประกอบการ สมาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานรวมกว่า 80 ราย


ทั้งนี้ DITP ยังได้เชิญชวนผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจ จากเยอรมนีและยุโรปเข้าร่วมงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair 2027 ซึ่งจัดโดย DITP ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อเปิดโอกาสให้ ผู้ซื้อพบผู้ผลิตไทยโดยตรง สำรวจสินค้าและนวัตกรรม ตลอดจนขยายเครือข่ายทางการค้า

“อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญของไทย โดยเฉพาะเครื่องประดับเงินที่ไทย มีความโดดเด่นด้านงานฝีมือ ความประณีตในการผลิต และความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ รวมถึงมีศักยภาพการผลิตทั้งรูปแบบ OEM และ ODM การเชื่อมโยงผู้ผลิตไทยกับคู่ค้าในเยอรมนีและยุโรปจึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำจุดแข็งของไทยไปตอบโจทย์ตลาด และพัฒนาความร่วมมือที่สร้างประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว”นายพรวิชกล่าว

สำหรับการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งส่งเสริมสินค้ามูลค่าสูง เพิ่มมูลค่าการส่งออก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาจากการรับจ้างผลิตไปสู่การสร้างมูลค่าผ่านการออกแบบ อัตลักษณ์สินค้า และการสร้างแบรนด์ไทย ตลอดจนการสร้างพันธมิตรและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงตลาดใหม่และกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียมได้มากขึ้น