“ศุภจี”เผยผลจากเลือกตั้งสหรัฐฯ ทำ “ทรัมป์” ออกนโยบายหรือมาตรการทางการค้าใหม่ ๆ รอบคอบมากขึ้น กลไกการตรวจสอบการดำเนินงานฝ่ายบริหารมีบทบาทมากขึ้น ส่วนการเจรจา ART ไทย-สหรัฐฯ ยังต้องเดินหน้าต่อ เพื่อให้ไทยรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน และในระยะยาว ต้องติดตามผลกระทบการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจใกล้ชิด
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตสามารถชนะทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เหนือกว่าพรรครีพับลิกัน ว่า ในเบื้องต้น มองว่าผลการเลือกตั้งอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องพิจารณาการออกนโยบายหรือมาตรการทางการค้าใหม่ ๆ อย่างรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อประเด็นค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งครั้งนี้ รวมถึงการที่พรรคเดโมแครตมีเสียงข้างมากในสภา อาจทำให้กลไกการตรวจสอบการดำเนินงานของฝ่ายบริหารมีบทบาทมากขึ้น รวมถึงการพิจารณากฎหมายและมาตรการต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ในระยะต่อไป
สำหรับการเจรจา ART ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ยังเดินหน้าต่อไป เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมีอำนาจในการบริหารประเทศ รวมถึงการใช้มาตรการทางการค้าภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรา 301 และ 232 อีกทั้ง คาดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ จะยังคงเดินหน้าการใช้มาตรการภาษีต่อไป โดยการเจรจา ART เพื่อให้ไทยสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ และสร้างความชัดเจนแน่นอนให้กับภาคการค้าการลงทุนของไทย จึงยังคงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนในระยะยาว ยังต้องติดตามผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการออกกฎหมาย งบประมาณ และนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ และการลงทุน


