กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมมือด้านกฎหมาย และข้อมูลนิติบุคคล เผยได้จัดตั้งทีมให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเป็นการเฉพาะ และมีคณะทำงานเฉพาะกิจส่งต่อเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการป้องกันนอมินี และการจัดการธุรกิจที่ผิดกฎหมาย
นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รองผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และคณะ ถึงความร่วมมือและการสนับสนุนปัจจัยที่จำเป็นต่อการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) และธุรกิจที่ดำเนินการโดยผิดกฎหมาย การสร้างกลไกเฝ้าระวังและดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่กระทำความผิด ปกป้องผู้ประกอบการไทยและนักลงทุนต่างชาติที่ประกอบธุรกิจโดยสุจริต และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ
โดยประเด็นความร่วมมือและการให้การสนับสนุนที่ทั้ง 2 หน่วยงานเร่งดำเนินการ ประกอบด้วย 1.สนับสนุนเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำปรึกษาด้านกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรม ซึ่งปัจจุบัน กรมมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามนอมินีหลายฉบับ เช่น 1.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 2.พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 3.พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ.2543 4.พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ.2547 และ 5.พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.2499 ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะที่นักกฎหมายของกรมพร้อมให้คำปรึกษาและอธิบายข้อกฎหมาย ตลอดจนการตีความกฎหมายเพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามเจตนารมย์ของกฎหมาย ทั้งนี้ กรมพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยจะจัดตั้งทีมที่ปรึกษากฎหมายเป็นการเฉพาะ คอยให้คำปรึกษา แนะนำ ตัวบทกฎหมายของกรมแก่เจ้าหน้าที่ สตม. เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ
2.สนับสนุนข้อมูลนิติบุคคลจากระบบ DBD DataWarehouse+ (คลังข้อมูลธุรกิจ) ของกรม โดยขอให้เจ้าหน้าที่ สตม.ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลที่อาจหรือเข้าข่ายการกระทำความผิด ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ สตม.สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว และไม่จำเป็นต้องส่งเป็นหนังสือเพื่อขอข้อมูลดังกล่าวจากกรม เป็นการลดขั้นตอนการติดต่อราชการ และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของทั้ง 2 หน่วยงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลธุรกิจของกรม เป็นแกนกลางคอยประสานงานให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งานระบบ เพื่อให้ DBD DataWarehouse+ เป็นหนึ่งในเครืองมือสำคัญในการอำนวยความสะดวกการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ สตม. เพื่อสืบค้นข้อมูลนิติบุคคลได้ทันต่อสถานการณ์ ทั้งนี้ กรมและ สตม.จะตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อส่งต่อและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน ตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล รวมถึงร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
“กรมพร้อมให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวก และให้ความร่วมมือกับ สตม. และพันธมิตรทุกหน่วยงาน โดยพร้อมเป็นทั้งหน่วยงานหลักและหน่วยงานสนับสนุนในการป้องกัน ปราบปรามนอมินี และธุรกิจที่ดำเนินการโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ระดับมหภาคและเป็นสาเหตุหลักในการทำลายบรรยากาศที่ดีต่อการประกอบธุรกิจ ตลอดจนเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย และรักษาความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ”นายกิตติวัฒน์กล่าว
ทั้งนี้ ปัญหานอมินีและธุรกิจที่ดำเนินการโดยผิดกฎหมาย เป็นปัญหาเรื้อรังระดับชาติที่ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องร่วมมือกันแก้ไขและขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นให้ทุเลาเบาบางลงและหมดสิ้นไป ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวเป็นลำดับต้น โดยร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรบังคับใช้กฎหมาย เดินหน้าปราบปรามอย่างต่อเนื่อง และลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกวาดล้างเครือข่ายชาวต่างชาติที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายไทย ซึ่งกรมเป็นหน่วยงานนำวิถีชี้เป้าหน่วยงานราชการอื่น ๆ ทำหน้าที่ปราบปรามหรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน กรมยังคงรักษาสมดุลในการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนชาวต่างชาติที่ได้เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายควบคู่กันไปด้วย


