xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์” โชว์ผลงานดัน IP Finance เชื่อมทรัพย์สินทางปัญญาสู่แหล่งทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พาณิชย์”ประชุมโต๊ะกลมระดับสูง โชวผลงานผลักดันระบบ IP Finance เชื่อมทรัพย์สินทางปัญญา สู่แหล่งทุน เพื่อปลดล็อกข้อจำกัด ลดอุปสรรค สร้างโอกาสในการขยายธุรกิจ พร้อมย้ำ ไทยมีแผนปฏิบัติการในเรื่องนี้ และยังสนับสนุนให้อาเซียนเดินไปในทิศทางเดียวกัน

ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมระดับสูง (High-Level Roundtable) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนมาใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนนวัตกรรม การลงทุน และการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (EUIPO) และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้กรอบการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026: AM2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โดยตนได้ร่วมอภิปรายในหัวข้อ “การใช้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนขับเคลื่อนทุนนวัตกรรม : เปิดประตูสู่ความเติบโตด้วยการเงินฐานทรัพย์สินทางปัญญา (Financing Innovation via Intangible Assets : Unlocking Growth through IP-Backed Finance)” ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิในระดับสากล ได้แก่ Mr.Andrea Di Carlo รองผู้อำนวยการบริหาร สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป Mr.Ambroise Fayolle รองประธานธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป Mr.Malhar Nabar ผู้ช่วยอำนวยการฝ่ายยุโรป และหัวหน้าคณะผู้แทนประจำเขตยูโร กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ Mr.Nicolas Konialidis ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชีย และผู้อำนวยการด้านเทคนิค คณะกรรมการประเมินมูลค่าธุรกิจ สภามาตรฐานการประเมินมูลค่าระหว่างประเทศ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ สถาบันการเงินจากสหภาพยุโรปและระหว่างประเทศ ภาคเอกชน สำนักงานเลขาธิการอาเซียน และผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน เข้าร่วมรับฟังกว่า 150 คน

ดร.กิริฎา กล่าวว่า ปัจจุบันทรัพย์สินไม่มีตัวตน โดยเฉพาะ IP เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างมูลค่าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่การนำทรัพย์สินเหล่านี้มาใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งทุนยังมีข้อจำกัด ทั้งในมิติด้านการประเมินมูลค่า IP การสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างเจ้าของสิทธิ์ สถาบันการเงิน และผู้ประเมินราคา ตลอดจนการนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อ


สำหรับความท้าทายสำคัญทั้งของไทยและในระดับภูมิภาค คือ การเชื่อมช่องว่างระหว่างการประเมินมูลค่า IP กับการจัดหาเงินทุน โดยมีหัวใจหลัก คือ การสร้างระบบนิเวศการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา (Ecosystem of IP Valuation) ที่ทำให้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนสามารถประเมินมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือและนำไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้จริง โดยประเด็นดังกล่าวสอดรับกับแนวนโยบายของนางศุภจี ที่ให้ความสำคัญกับการลดข้อจำกัด ปลดล็อกอุปสรรค และอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ พร้อมยกระดับบทบาทของ IP ให้เป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน

ทั้งนี้ ภายใต้แนวทางดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้เร่งวางรากฐานระบบ IP Finance ของไทยใน 2 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการประเมินมูลค่า IP โดยร่วมมือกับสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินในประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการประเมินมูลค่า IP ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากลภายในปี 2571 พร้อมทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเพื่อสร้างความเข้าใจและพัฒนากระบวนการรองรับ IP ในฐานะสินทรัพย์ทางธุรกิจ และ 2.การจัดทำโครงการนำร่อง IP Finance Sandbox Thailand โดยนำผู้ประกอบการ SMEs ผู้ประเมินมูลค่า และสถาบันการเงินมาร่วมทดลองและวางรากฐานการขับเคลื่อนระบบ IP Finance ของไทยผ่านกรณีศึกษาจริง เพื่อเรียนรู้และพัฒนาระบบให้สามารถขยายผลได้ต่อไป

ดร.กิริฎากล่าวว่า ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของไทยในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน พ.ศ.2569–2573 (ASEAN Intellectual Property Rights Action Plan 2026–2030) ซึ่งมุ่งพัฒนากรอบการประเมินมูลค่า IP ระดับภูมิภาค และโครงการนำร่อง IP-backed Financing ในประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงการร่วมผลักดันร่างคู่มืออาเซียนเพื่อความเข้าใจรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา (ASEAN Guide to Understanding IP Valuation Reports) เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางสำหรับสถาบันการเงินและนักลงทุนทั่วภูมิภาคในการวิเคราะห์และตรวจสอบรายงานประเมินมูลค่า IP ข้ามพรมแดน

ทั้งนี้ บรรยากาศการอภิปรายดังกล่าว ดำเนินไปอย่างเข้มข้นและได้รับข้อมูลที่น่าสนใจจากทุกภาคส่วน โดยผู้ร่วมอภิปรายต่างเห็นพ้องร่วมกันว่า การพัฒนาระบบการเงินจากฐานทรัพย์สินทางปัญญาเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องขับเคลื่อนร่วมกัน ทั้งในด้านการสร้างมาตรฐานการประเมินมูลค่า IP ที่เป็นสากล การบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน และการสร้างความเชื่อมโยงระดับภูมิภาค ซึ่งทุกฝ่ายแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนประเทศไทยและอาเซียน ทั้งการแบ่งปันประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงนโยบาย ตลอดจนความร่วมมือทางเทคนิค เพื่อร่วมกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการนวัตกรรมและ SME ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล