กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้แถลงตัวเลขการส่งออกเดือน ส.ค.2569 อยู่ที่มูลค่า 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.3% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 56 เดือน นับจาก ธ.ค.2564 และเป็นบวกต่อเนื่องมาแล้ว 26 เดือน หากคิดเป็นเงินบาท มีมูลค่า 1,157,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.7 รวมยอด 8 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่า 266,149.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.9% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 8,506,873 ล้านบาท เพิ่ม 14.7
ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 37,101.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 25.1% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 1,255,876 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.4% ขาดดุลการค้า 2,482.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 98,209 ล้านบาท รวม 8 เดือน นำเข้ามูลค่า 303,986.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 36.1% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 9,841,648 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.4% ขาดดุลการค้า 37,837.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 1,334,775 ล้านบาท
โดยหากเจาะลึกรายประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย คือ จีนและสหรัฐฯ พบว่า เดือน ส.ค.2569 ไทยขาดดุลการค้ากับจีน 7,575.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวม 8 เดือน ขาดดุล 62,705.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินบาทมูลค่า 2,096,868 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ขาดดุลจากการนำเข้าสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร อาทิ เครื่องรับส่งสัญญาณและอุปกรณ์ติดตั้ง แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องรับวิทยุโทรศัพท์ โทรเลข โทรทัศน์ เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรมและส่วนประกอบ และเครื่องจักรไฟฟ้าอื่น ๆ และส่วนประกอบ
กับสหรัฐฯ ไทยได้ดุลการค้า โดยเดือน ส.ค.2569 เกินดุล 5,549.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวม 8 เดือน เกินดุลการค้า 45,451.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินบาทมูลค่า 1,519,908 ล้านบาท โดยสินค้าที่ทำให้ไทยเกินดุล อาทิ เครื่องรับส่งสัญญาณและอุปกรณ์ติดตั้ง เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ สื่อบันทึกข้อมูล ภาพ เสียง เครื่องพักกระแสไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ
ทั้งนี้ เห็นได้ชัดเจนว่า แม้ไทยจะมีการดึงดูดการลงทุนจากจีนได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในช่วง 8 เดือนของปี 2569 จีนเป็นนักลงทุนอันดับ 1 ในไทย มีจำนวน 158 ราย คิดเป็น 19% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติที่ลงทุนในไทย มีมูลค่าการลงทุน 43,803 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย ธุรกิจบริการติดตั้งระบบเตาเผาขยะมูลฝอย ธุรกิจบริการเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์, Compressor สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า, แม่พิมพ์ และชิ้นส่วนแม่พิมพ์ เป็นต้น
ผลจากการลงทุนดังกล่าว บวกกับความต้องการสินค้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI และดาต้า เซ็นเตอร์ ทำให้ไทยต้องการมีการนำเข้าสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากจีนเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ยอดการขาดดุลการค้ากับจีน ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นเดียวกัน และยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นไปกว่านี้อีก
ขณะที่การส่งออกในช่วง 8 เดือน ของปี 2569 น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า มีมูลค่า 266,149.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.9% โดยตลาดหลัก สหรัฐฯ ส่งออกมากสุด มูลค่า 64,733.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 42.6% รองลงมา คือ อาเซียน 9 ประเทศ มูลค่า 55,069 เพิ่ม 12.5% จีน มูลค่า 30,531.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 9.9% สหภาพยุโรป 27 ประเทศ มูลค่า 21,062 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 21.9% และญี่ปุ่น มูลค่า 17,937.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 14.8% ส่วนตลาดรอง อาทิ อินเดีย ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน ทวีปออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ ลาตินอเมริกา รัสเซียและ CIS แคนาดา สหราชอาณาจักร มีมูลค่ารวม ๆ กัน 72,016.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 13.2% และตลาดอื่น ๆ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ มีมูลค่า 4,799.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลด 6.6%
โดยปัจจัยที่ช่วยผลักดันการส่งออกให้ขยายตัว มาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง AI ในต่างประเทศ ซึ่งหนุนความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การส่งออกผลไม้ไปจีนกลับมาขยายตัวโดดเด่น โดยเฉพาะทุเรียนสดและมังคุดสด จากผลผลิตภาคใต้ที่ออกสู่ตลาด ด้านตลาดส่งออก ภาพรวมขยายตัวในระดับสูงทั้งตลาดหลักและตลาดรอง
ขณะที่ปัญหาการขาดดุลการค้า ที่กำลังเพิ่มมากขึ้น และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่องนั้น ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ได้ผลักดันให้การลงทุนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น และส่วนหนึ่งยังเป็นภาคบังคับจากสหรัฐฯ ที่ให้ความสำคัญในเรื่องถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งได้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลในเรื่องนี้แล้ว และยังมีแผนหารือกับจีน โดยผลักดันให้การลงทุนของจีนใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วน หรือสินค้ากลางน้ำจากผู้ผลิตไทยมากขึ้น ขอให้สนับสนุนสินค้า SME ไทย เข้าถึงและวางขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีน และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยผ่านการแปรรูปและยกระดับมาตรฐาน เพื่อส่งออกไปยังตลาดจีนด้วยมูลค่าที่สูงขึ้น
สำหรับแนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือของปี 2569 น.ส.ณัฐิยากล่าวว่า คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวเนื่องกับ AI และความชัดเจนด้านมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และค่าขนส่ง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อการค้าโลกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเป้าการส่งออกทั้งปี ยังคงอยู่ในกรอบเดิม 5-11% ค่ากลาง 8% ซึ่งจะประเมินอีกครั้ง แต่ดูตัวเลขถึงตอนนี้ ทั้งปีน่าจะเกิน 11% เพราะผ่านมา 8 เดือนทำได้ 18.9% โอกาสที่จะขยายตัว 15% เป็นไปได้ โดยมีมูลค่า 391,267.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งจากนี้ อีก 4 เดือน ต้องส่งออกให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 31,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนการส่งออกปี 2570 มองว่า มีแนวโน้มที่จะขยายตัวติดลบ เพราะฐานการส่งออกปีนี้สูง แนวโน้มเศรษฐกิจโลกไม่ดี ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น สงครามยืดเยื้อและอาจขยายวงกว้างขึ้น สต๊อกสินค้าที่เคยสั่งซื้อในปีนี้ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ความต้องการนำเข้าลดลง การวางโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center เริ่มอยู่ตัว และสหรัฐฯ จะมีปัญหาทางการเงิน ค่าเงิน หนี้สิน เพิ่มขึ้นมาก ทำให้ต้องบริหารการขาดดุลการค้าและเพิ่มการกีดกันการนำเข้าสินค้าอย่างต่อเนื่อง


