xs
xsm
sm
md
lg

อาเซียนเดินหน้าสร้างความมั่นคงอาหาร โชว์ปีนี้ ทำผลงานด้านเศรษฐกิจสำเร็จมาก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ศุภจี”เผยผลประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน หารือรับมือความท้าทาย จากความผันผวนพลังงาน สภาพภูมิอากาศ ดันอาเซียนเป็นฐานผลิตอาหาร สร้างความมั่นคงในภูมิภาค เผยปีนี้อาเซียน ทำผลงานเศรษฐกิจสำเร็จมาก ทั้งยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์ สรุปการเจรจา DEFA อัปเกรด ATIGA ทบทวน FTA อาเซียน-อินเดีย ลุย FTA อาเซียน-แคนาดา วางแผนทำงานร่วม 14 คู่เจรจา ระบุไทยยังได้ลงนามพิธีสารลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 58 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 19–20 ก.ย.2569 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ว่า ที่ประชุมเห็นว่าอาเซียนยังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของตลาดพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและวัตถุดิบทางการเกษตร ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและความมั่นคงทางอาหาร จึงจำเป็นต้องเสริมความร่วมมือด้านพลังงานและอาหาร ควบคู่กับการสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต

“ไทยมองว่าอาเซียนมีศักยภาพเป็นฐานผลิตอาหารและสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของโลก และมีจุดแข็งจากความหลากหลายของศักยภาพที่แต่ละประเทศมี อาทิ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจและบริการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงแหล่งพลังงาน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันของภูมิภาค และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤต อีกทั้งในการหารือกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) ก็ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางอาหารด้วยเช่นกัน โดยเสนอให้มีกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการผลิต รวมถึงส่งเสริมการลงทุน เพื่อเสริมความเข้มแข็งและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานอาหารในภูมิภาค”นางศุภจีกล่าว

นางศุภจี กล่าวว่า ในปีนี้อาเซียนมีผลงานสำคัญด้านเศรษฐกิจกว่า 30 เรื่องที่จะช่วยวางรากฐานการเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค อาทิ การจัดทำแผนงานร่างกรอบยุทธศาสตร์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อส่งเสริมและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เข้ามายังภูมิภาค การสรุปผลการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ซึ่งไทยในฐานะประธานคณะกรรมการเจรจา DEFA ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการเจรจาและประสานจุดยืนของประเทศสมาชิก จนสามารถสรุปผลการเจรจาได้สำเร็จเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 การเร่งรัดการบังคับใช้พิธีสารฉบับที่ 1 เพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (Upgraded ATIGA) รวมถึงการเร่งสรุปการเจรจาทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน–อินเดีย และการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–แคนาดา เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานของอาเซียนกับ 2 ตลาดคู่ค้าสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยเตรียมเสนอผลลัพธ์นี้ต่อผู้นำอาเซียน ในเดือนพ.ย. 2569

นอกจากนี้ ได้ร่วมวางแผนงานของอาเซียนกับ 14 คู่เจรจา ได้แก่ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย อาเซียนบวกสาม อาเซียนบวกแปด ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ แคนาดา รัสเซีย สหภาพยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นการขยายความร่วมมือในสาขาศักยภาพใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและขยายการค้าการลงทุนระหว่างกัน

ในโอกาสนี้ ไทยได้ร่วมลงนามพิธีสารฉบับที่ 1 เพื่อแก้ไขความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง (AHKIA) กับประเทศสมาชิกอาเซียนและฮ่องกง โดยไทยเป็นผู้ประสานงานหลักในการเจรจาจนสำเร็จเมื่อ 20 มี.ค. 2569 ซึ่งพิธีสารฉบับนี้เป็นการต่อยอดความตกลงด้านการลงทุนฉบับเดิม ให้ขยายความครอบคลุมเรื่องการเปิดตลาดการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในการเข้ามาลงทุนในภูมิภาคอาเซียน โดยไทยจะได้ประโยชน์จากการเปิดรับการลงทุนที่มีคุณภาพและขยายการลงทุนไปยังฮ่องกงอีกทางหนึ่งด้วย