xs
xsm
sm
md
lg

กระหึ่ม!นายกฯเปิดงานGastech2026 ชี้ชัด”ก๊าซธรรมชาติ”เป็นTransition Fuel ที่สำคัญใน20-30ปีข้างหน้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดงานGastech 2026 กระหึ่ม! นายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นประธานเปิดงาน ประกาศไทยพร้อมเป็น “ศูนย์กลางพลังงาน”เพื่อความมั่นคงและการเปลี่ยนผ่านพลังงานแห่งภูมิภาค ด้าน “คงกระพัน” ซีอีโอ ปตท. ชี้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงที่มีความสำคัญของโลกและยังใช้ต่อเนื่องไปอีก20-30ปีข้างหน้า โดยปตท.เน้นความมั่นคง ทำให้ไทยไม่มีปัญหาขาดแคลนพลังงานแม้ว่าจะเกิดวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง


วันนี้ (14 ก.ย.) เปิดงาน Gastech 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน โดยมีรัฐมนตรีหลายประเทศเข้าร่วม รวมถึงผู้แทนระดับสูง ผู้บริหารผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนจากบริษัทชั้นนำกว่า 150ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน

นายอนุทิน กล่าวว่าโลกกำลังเผชิญกับการพลิกโฉมด้านพลังงานท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นรัฐบาลไทยจึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยเร่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนระยะยาวผ่านกฎระเบียบที่ชัดเจนโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้และการสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดรวมทั้งยังต้องการมุ่งสู่อนาคตด้านพลังงานที่สร้างสมดุลระหว่างความสำคัญหลัก 3 ประการ ได้แก่ความมั่นคงด้านพลังงานราคาที่เข้าถึงได้และความยั่งยืน

นอกจากนี้ยังเชื่อว่าประเทศไทยจะมีบทบาทด้านพลังงานในเวทีระดับโลกและหวังที่จะเป็นพันธมิตรสำหรับการหารือการลงทุนและนวัตกรรมระหว่างประเทศเพราะไทยมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานมีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยบุคลากรที่มีทักษะและระบบนิเวศที่แข็งแกร่งของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศจุดแข็งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากจำนวนนักลงทุนที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มสูงขึ้นไทยพร้อมเป็นจุดหมายสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลพลังงานสะอาดและการผลิตขั้นสูง

"ไม่มีประเทศใดสามารถสร้างอนาคตด้านพลังงานได้เพียงลำพังอนาคตจะถูกกำหนด โดยประเทศที่ร่วมมือกันบริษัทที่เข้ามาลงทุนและนักนวัตกรรมที่เปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นทางออกประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรทางด้านพลังงานและวันนี้กรุงเทพมหานครพร้อมที่จะเป็นเวทีให้คนทั่วโลกมารวมตัวกันไม่ใช่เพื่อหารือถึงอนาคตของพลังงานเพียงเท่านั้น แต่เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจนวัตกรรมด้านพลังงานเพื่อก้าวสู่อนาคตงาน Gastech 2026
จะเป็นหนึ่งในก้าวย่างที่สำคัญจากการหารือไปสู่การลงมือทำและเปลี่ยนนโยบายให้กลายเป็นการปฏิบัติจริง"นายอนุทินกล่าว


นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยในงาน Gastech 2026 ที่ไบเทค กรุงเทพฯ ว่า งานGastech เป็นงานระดับโลกที่ดูเรื่องก๊าซ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่สำคัญที่สุดของโลก โดยปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน Gastech คาดว่าจะมีคนมาร่วมหลายหมื่นคน โดยมีบริษัทพลังงานระดับโลก รวมถึงรัฐบาล รัฐมนตรีจากหลายประเทศก็มาร่วมงาน

บทบาทของก๊าซธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติที่มาจากท่อ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มีบทบาทสำคัญมากต่อพลังงานของโลก ซึ่งก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่าน (Transition Fuel ) เนื่องจากก๊าซฯหาได้ง่าย ราคาไม่แพงเกินไป และเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ถือว่าสะอาดที่สุดเมื่อเทียบกับถ่านหิน น้ำมัน หรือเชื้อเพลิงอื่น ๆ และสามารถจัดหาได้ทั่วโลก

ประเทศไทยมีการผลิตก๊าซธรรมชาติได้เองจากอ่าวไทยประมาณ 50% นำเข้าจากเมียนมาประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ และส่วนที่เหลือเป็น LNG หรือก๊าซธรรมชาติเหลวนำเข้าอีกประมาณ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์โดยก๊าซฯมีบทบาทสำคัญมากในการนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม และใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากมาย

ก๊าซธรรมชาติ ยังเป็นEnergy Transition ไปสู่พลังงานสะอาด ดังนั้น โลกยังมีความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติไปอีก 20-30 ปีข้างหน้า แต่การใช้ก๊าซธรรมชาติก็ต้องควบคู่ไปกับการลดคาร์บอน


นายคงกระพัน กล่าวว่าบทบาทหน้าที่ของปตท. เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ในฐานะรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยมีพลังงานไม่ขาด และมีราคาที่เหมาะสม โดยไทยอยู่กับก๊าซธรรมชาติมา 40กว่าปี ทำอย่างไรให้ก๊าซธรรมชาติสามารถใช้ต่อไปได้ในอีก 20-30 ปีข้างหน้า และมีความยั่งยืนด้วย ดังนั้นโครงการ CCS (Carbon Capture and Storage) คือ เทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ซึ่งกลุ่มปตท.อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานที่สะอาดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโซลาร์หรือพลังงานอื่น ๆ ปตท.ก็ช่วยกันส่งเสริม รัฐบาลก็มีทิศทางอยู่แล้ว

ในช่วงเกิดวิกฤต ตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เราไม่เคยมีความเสี่ยงที่จะไม่มีทั้งน้ำมันและก๊าซ เพราะปตท.มีการลงทุนในต่างประเทศ ในแหล่งก๊าซและแหล่งน้ำมันจำนวนมาก ที่สำคัญคือมีธุรกิจ Trading อยู่ในลอนดอน สิงคโปร์ UAE และฮุซตัน ทำให้ปตท.มีบทบาทในการหาแหล่ง ซื้อมา-ขายไป และมีความพร้อม เวลาของที่นี่ขาดก็สามารถไปหาจากที่อื่นได้ ทำให้ลดการนำเข้าจากตะสันออกกลางจากเดิม70%เหลือเพียง 30% โดยกระจายการนำเข้าจากแหล่งอื่นๆแทน เพื่อลดความเสี่ยง

ทิศทางในการขยายธุรกิจของปตท.มีอยู่ 3 ด้าน คือ ความมั่นคง ราคาที่เหมาะสม และความยั่งยืน วันนี้เราก็พยายามสร้างสมดุล แต่เราเน้นเรื่องความมั่นคง โดยมีการจัดหาจากแหล่งใหม่ ๆ ทั้งในอ่าวไทย ประเทศเพื่อนบ้าน ไปจนถึงทั่วโลก ที่มีแหล่งก๊าซ แหล่งน้ำมันที่มีต้นทุนสามารถแข่งขันได้ รวมถึงขยายธุรกิจ Trading LNG
โดยตั้งเป้า10 ล้านตันในปี 2030 และ 15 ล้านตันในปี2035 ตามลำดับ จากปัจจุบัน ธุรกิจLNG ปตท.วันนี้อยู่ที่ 3-4 ล้านตัน อันนี้(ไม่เกี่ยวกับการนำเข้าให้ประเทศ)

“ วันนี้เราก็เห็นว่าโลกมีความผันผวนขึ้นลงและมีวิกฤตมากขึ้น เราก็มั่นใจ และเราก็ต้องเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการทำให้แน่ใจว่าประเทศมีวัตถุดิบ มีน้ำมันดิบ มีก๊าซธรรมชาติ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องพลังงานอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้วย อย่างการกลั่นน้ำมัน ไม่ได้มีเฉพาะดีเซลหรือเบนซิน แต่ยังได้แนฟทา ซึ่งเป็นวัตถุดิบไปทำปิโตรเคมี และมีวัตถุดิบข้างเคียงอื่น ๆ”