xs
xsm
sm
md
lg

กทพ.เล็งตั้งกองทุน TFF ดึงรายได้”บางพลี – สุขสวัสดิ์” สร้างทางด่วน”กะทู้-ป่าตอง” 1.67 หมื่นล้าน คาดครม.ไฟเขียว ธ.ค.นี้ ประมูลปี 70

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กทพ.ลุยทางด่วนภูเก็ต 8.4 หมื่นล้าน คาด ธ.ค. นี้ ครม.อนุมัติ”กะทู้-ป่าตอง” 1.67 หมื่นล้านบาท หลังปรับแบบลดไซด์อุโมงค์และลดค่าผ่านทาง ดันประมูลต้นปี 70 เริ่มสร้างไตรมาส 3 หารือสคร.ดึงรายได้สาย “บางพลี – สุขสวัสดิ์”ระดมทุน TFF ก่อสร้าง ส่วนระยะ 2 เมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ ออกแบบเสร็จต้นปี 70 คาดเสร็จเปิดบริการ ต.ค. 74 ตลอดสาp

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กทพ.อยู่ระหว่างผลักดัน โครงการทางพิเศษ จังหวัด ภูเก็ต ระยะทาง 34.60 กม. วงเงินรวม 84,218 ล้านบาท โดยแบ่งดำเนินการ 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้ - ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. มูลค่าโครงการ 16,757 ล้านบาท และระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่ - เกาะแก้ว - กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม.มูลค่าโครงการ 67,461 ล้านบาท มีแผนเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2574 เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางและช่วยลดระยะเวลาการเดินของประชาชนในจังหวัดภูเก็ต และนักท่องเที่ยว

โดยโครงการ ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 16,757 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเวนคืน 5,792 ล้านบาท (ปัจจุบันเวนคืนคืบหน้า 99.43%) ค่าก่อสร้างและค่าควบคุมงาน 10,965 ล้านบาท มีการทบทวนปรับแบบใหม่เนื่องจากต้นทุนค่าน้ำมัน ค่าวัสดุก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้น ผลทางธรณีวิทยาและการรองรับแผ่นดิน จึงลดขนาดอุโมงค์จากเดิมความกว้าง 17.1 เมตร เหลือ 14.2 เมตร แต่ยังคงความยาว 1.85 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นอุโมงค์ที่ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอันดับต้นๆ ในอาเซียน


ผู้ว่ากทพ.กล่าวว่า คาดว่าจะเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติได้ภายในเดือนธ.ค.2569 หลังจากครม.อนุมัติ จะใช้ระยะเวลาประมูลราว 9 เดือน โดยจะร่างเอกสารกำหนดรายละเอียดและขอบเขตงาน (TOR) ประมาณ 3 เดือน คาดว่าแล้วเสร็จในเดือน เม.ย. 2570 และคัดเลือกได้ตัวผู้รับจ้างประมาณไตรมาสที่ 3 ปี 2570 เริ่มก่อสร้างเดือนต.ค. 2570 โดยระยะที่ 1 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี (48 เดือน)

สำหรับเส้นทางระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง เริ่มต้นบริเวณถนนพระเมตตา (ทล. 4026) กม. 0+350 ) จุดเริ่มต้นฝั่งป่าตองบริเวณถนนพระเมตตา (ภก.4055) ยกระดับ ข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์ ระยะทาง 0.90 กม. เข้าสู่อุโมงค์ลอดเขา นาคเกิด ระยะทาง 1.85. กม. และเชื่อมต่อฝั่งกะทู้ด้วยทางยกระดับ บริเวณถนนพระบารมี (ทล.4029) บริเวณกม. 0+850 ระยะทาง 1.23 กม. มีขนาด 4 ช่องจราจร (รถยนต์ 2 ช่องจราจร รถจักรยานยนต์ 2 ช่องจราจร) ติดตั้งแบริเออร์เพื่อแยกช่องจราจร

เบื้องต้น กทพ.ได้ศึกษาทบทวน ค่าผ่านทางโครงการระยะที่ 1 โดยปรับลดลงจากเดิม เพื่อลดภาระของประชาชน โดยรถจักรยานยนต์เหลือ 10 บาท รถ 4 ล้อ 20 บาท รถ 6–10 ล้อ 40 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ 60 บาท ประมาณการรายได้ 0.96 ล้านบาท/วัน ซึ่งอยู่ในแผนที่เสนอครม. โดยมีอัตราผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) 1.81% อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) 19.47%

“ อุโมงค์ขนาด 14.2 เมตร เป็นการลดขนาดไหล่ทางซึ่งใช้โมเดล ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี ที่ออกแบบโดยเน้นเรื่องความปลอดภัยด้วย ซึ่งเส้นทางเฟส 1 ช่วงกะทู้ – ป่าตอง เมื่อสร้างเสร็จจะสามารถร่นระยะเวลาเดินทางจากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็จะเหลือเพียง 5 นาทีเท่านั้น อีกทั้งเส้นทางเดิมที่ประชาชนในพื้นที่ใช้สัญจร (ถนนทางหลวงหมายเลข 4029 หรือถนนพระบารมี) ทางลงมีความลาดชัน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมาก และบริเวณอุโมงค์ลอดเขานาคเกิดนี้ จะเป็นอุโมงค์ตัวแรกที่รับทั้งรถยนต์และรับทั้งมอเตอร์ไซค์” ผู้ว่ากทพ.กล่าว


นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า โครงการระยะที่ 2 ระยะทาง 30.62 กม.มูลค่าโครงการ 67,461 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเวนคืน 29,547.80 ล้านบาท ค่าก่อสร้างและค่าควบคุมงาน 37,913.92 ล้านบาท ปัจจุบันกำลังออกแบบรายละเอียด โดยคาดว่าจะศึกษาออกแบบเสร็จในเดือนม.ค. 2570 เสนอครม.อนุมัติในเดือนต.ค. 2570

ดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ช่วงม.ค. 2570- ธ.ค. 2573 ส่วนการก่อสร้างจะเริ่มเดือนต.ค. 2572 - ก.ย. 2574 พร้อมติดตั้งงานระบบในต้นปี 2571 โดยใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2574 ซึ่งจะพร้อมกับระยะที่ 1

“ปัญหาของระยะที่ 2 คือ ค่าก่อสร้างแพงขึ้นเนื่องจากต้นทุนค่าก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจของโลก ทำให้ผลตอบแทนทางการเงินของ กทพ.อาจจะไม่ชนะต้นทุนเงินกู้ แต่กทพ.ก็ยังพยายามที่จะปรับลดวงเงินค่าก่อสร้างลงอยู่ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยมาก่อน ไม่ละทิ้งปัจจัยข้อนี้อย่างแน่นอนผู้ว่ากทพ.กล่าวว่า

สำหรับงานระบบ O&M มูลค่าก่อสร้างประมาณ 1,500 ล้านบาท จะเป็นการร่วมลงทุนเอกชน (PPP) ซึ่งเตรียมเสนอ ขออนุมัติเพื่อเนินการโครงการระยะที่ 2 และ จะอนุมัติโครงการ ในปี 70 เริ่มก่อสร้างในปี 71เปิดให้บริการในปี 74

แนวเส้นทางระยะที่ 2 เริ่มต้นบริเวณจุดตัด ทล.4026 มุ่งหน้าลงทิศใต้ผ่านพื้นที่เทือกเขากมลาซึ่งจะเป็นอุโมงค์ และเชื่อมต่อกับโครงการระยะที่ 1 บริเวณถนน ทล. 4029 และมีทางร่วมบรรจบ (Spur Line) บริเวณม่าหนิก 2 เพื่อเข้าสู่ ตัวเมืองภูเก็ต

นอกจากนี้ ในระยะที่ 2 จะมีการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 2 จุด ได้แก่ Service Area ที่กม.3+900 ฝั่งขาออกมุ่งหน้าสนามบิน พื้นที่ประมาณ 37 ไร่ และ Rest Stop ที่กม.16+400 บริเวณทางแยก Spur Line พื้นที่ประมาณ 13 ไร่ เบื้องต้นจะเปิด PPP ให้เอกชนร่วมลงทุนฯ


@ ดึงรายได้สาย “บางพลี – สุขสวัสดิ์” ตั้งกองทุน TFF พัฒนาทางด่วนภูเก็ต

ผู้ว่าฯกทพ.กล่าวว่า รูปแบบการลงทุน อยู่ระหว่างหารือกับสคร. เบื้องต้นจะระดมทุนผ่านการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) หรือ TFF โดยนำรายได้จาก ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ไปลงทุนโครงการทางด่วนภูเก็ตที่ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 เป็นต้น โดยอยู่ระหว่างพิจารณากำหนดอัตราผลตอบแทน ที่จะเสนอขายหน่วยลงทุนแก่นักลงทุนทั่วไปโด

ปัจจุบัน กทพ.มีรายได้ประมาณ 14,000 ล้านบาทต่อปี โดยทางด่วนสาย บางพลี – สุขสวัสดิ์ มีรายได้ค่าผ่านทางประมาณ 2,600 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกทพ.รับรายได้ทั้งหมด โดยคาดว่าจะใช้สำหรับกองทุน TFF ประมาณ 1,000 ล้านบาท หาก ครม.เห็นชอบโครงการระยะที่ 1 คาดว่าจัดงกองทุตน TFF ได้ในช่วงต้นปี 2570

โครงการมี FIRR ประมาณ 2% ขณะที่ต้นทุนเงินกู้ (Cost of Funds) อยู่ที่ประมาณ 4–5% และมีระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) มากกว่า 20 ปี ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน โดยเป้าหมายหลักของโครงการไม่ได้เน้นการแสวงหากำไรสูงสุด แต่เน้นการแก้ปัญหาจราจรและอุบัติเหตุ


@ประมูลทั่วไป ผู้รับเหมาไทยเป็นแกนนำ

สำหรับการประมูลก่อสร้างงานโยธานั้น จะเป็นการประกาศเชิญชวนทั่วไป หรือผู้ประกอบการสามารถรวมกลุ่มเข้ามาในลักษณะกิจการร่วมค้า (Joint Venture: JV) ได้แต่ต้องมีผู้รับเหมาไทยเป็นแกนนำ โดยเน้นมีผลงานก่อสร้างอุโมงค์ ขนาด 9-11 เมตร และมีเทคนิคการก่อสร้าง

ทั้งนี้ คาดการณ์ปริมาณจราจรในปีแรกที่เปิดให้บริการไว้ที่ประมาณ 50,000 – 60,000 คัน/วัน (รวมทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์)