ในปี 2569 บริษัทเอกชนไทยหลายรายที่เคยปักหมุดลงทุนในกัมพูชา ต่างถอดใจพากันยุติการลงทุน หลังเจอกระแสบอยคอตซื้อสินค้าไทยมาตั้งแต่ปีที่แล้วต่อเนื่องถึงปัจจุบัน
ล่าสุด บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน)หรือ OR ก็ออกอาการให้เห็น ว่าจะไม่ไปต่อ หลังฝืนทำธุรกิจในกัมพูชากว่า 1ปีนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาช่วงกลางปี 2568
เดิม OR เคยมองกัมพูชาเป็นบ้านหลังที่สองรองจากไทย ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนในกลุ่มธุรกิจGlobal แต่ละปีกว่า50%ล้วนใช้ในการขยายธุรกิจที่กัมพูชา เตรียมขยายคลังน้ำมันเพิ่มเติม รองรับสถานีบริการPTT Station ที่เพิ่มขึ้นทุกปี มีส่วนแบ่งการตลาดมากเป็นอันดับ 2 รองจากบริษัทน้ำมันท้องถิ่นของกัมพูชา เช่นเดียวกับการเร่งขยายสาขา Café Amazon ทำให้มีมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับ1
จนกระทั่งเกิดความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาที่ทวีความรุนแรง ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศย่ำแย่ เกิดกระแสการต่อต้านสินค้าไทยในกัมพูชาที่มีต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ทำให้จำนวนสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ที่เคยมีเกือบ 200 แห่ง วันนี้เหลือแค่ 85 แห่ง เมื่อดีลเลอร์ทยอยปลดป้ายไปใช้แบรนด์ท้องถิ่นอย่าง Peace แทนเช่นเดียวกับ Café Amazon ที่เคยมีกว่า 200 สาขา ลดเหลือเพียง 88 สาขา
ฉุดยอดขายน้ำมันร่วงต่อเนื่อง ในไตรมาส 2 ปี 2569 เหลือเพียง 33 ล้านลิตร ลดลงจากไตรมาสก่อนที่มียอดขายอยู่ที่ 46 ล้านลิตร แต่เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปี2568 ที่เคยขายได้ถึง 165 ล้านลิตร! เท่ากับหายวับไปถึง 80%
ขณะที่ยอดขาย Café Amazon ก็ดิ่งลงอย่างน่าใจหาย แม้ว่าจะงัดโปรโมชั่นซื้อ1แถม1 แต่ก็ไม่ได้ช่วยอย่างที่หวังไว้ จึงเป็นเหตุผลทำให้ OR นับเวลาถอยหลัง “ยุติ” การทำธุรกิจในกัมพูชา!
เดิม ORเคยประเมินผลกระทบหากตัดสินถอนการลงทุนทั้งหมดในกัมพูชาไม่รุนแรงอย่างที่คิด เพราะธุรกิจส่วนใหญ่ใช้โมเดลให้ดีลเลอร์เป็นผู้ลงทุนถึง 80-90% อีกทั้ง OR ได้รื้อพอร์ตทิ้งธุรกิจที่ไม่ทำกำไรมาตลอด2ปีนี้ ดังนั้น การถอนตัวในกัมพูชา จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป!


