กรมทรัพย์สินทางปัญญาหารือปลัดกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญาเกาหลีใต้ เตรียมลงนาม MOU ความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาฉบับใหม่ ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป เน้นเพิ่มความร่วมมือด้าน AI การประเมินมูลค่าไอพี การใช้ไอพีเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย ตั้งเป้าลงนามเดือน พ.ย.69
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือทวิภาคีกับ Mr.JUNG Yeonwoo ปลัดกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญา แห่งสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเดินหน้าจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา (MOU) ฉบับใหม่ ให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านต่าง ๆ ได้แก่ การสร้างสรรค์ การคุ้มครอง การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI) การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา (IP Valuation) และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (IP Finance) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจในด้านการค้าและการลงทุนกับไทยให้กับผู้ประกอบการสาธารณรัฐเกาหลี
โดยการจัดทำ MOU ฉบับใหม่ จะเป็นการต่อยอดจาก MOU ฉบับเดิมที่จัดทำไว้ตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งในขณะนั้น กระทรวงทรัพย์สินทางปัญญา ยังมีสถานะเป็นสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ก่อนจะได้รับการยกระดับเป็นกระทรวงในปัจจุบัน โดย MOU ฉบับใหม่นอกจากครอบคลุมประเด็นที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคดิจิทัลมากขึ้นแล้ว ยังจะช่วยต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์ของทั้งสองประเทศ และเปิดทางให้นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจได้มากขึ้น ซึ่งฝ่ายไทยและสาธารณรัฐเกาหลีจะเร่งหารือในรายละเอียด เพื่อเตรียมการลงนาม MOU ฉบับใหม่ในเดือน พ.ย.2569 ในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนหรือการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำระดับสูงของสาธารณรัฐเกาหลี
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือที่จะขยายความร่วมมือในมิติอื่น ๆ เพื่อลดอุปสรรคและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุด อาทิ การส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นรูปธรรม การป้องกันปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ (Online Piracy) ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติในการแยกแยะสินค้าจริงและสินค้าปลอม เพื่อยกระดับความสามารถในการตรวจจับและปราบปรามสินค้าละเมิดฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ในโอกาสนี้ ได้หารือแนวทางความร่วมมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบสิทธิบัตร ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของผู้ตรวจสอบสิทธิบัตร เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคำขอเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และส่งเสริมให้ผลงานนวัตกรรมสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม และหารือถึงการแก้ไขปัญหาการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยไม่สุจริต (Bad-Faith Trademark Filing) ซึ่งเป็นกรณีที่บุคคลอื่นฉวยโอกาสนำแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงไปยื่นจดทะเบียนในต่างประเทศไว้ก่อน ส่งผลกระทบต่อเจ้าของแบรนด์ที่แท้จริงในการทำตลาดหรือขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญ และจะเร่งดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิของภาคธุรกิจไทยในตลาดต่างประเทศ
“กรมเชื่อมั่นว่า การยกระดับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลีในครั้งนี้ จะช่วยให้กรอบความร่วมมือของทั้งสองประเทศก้าวทันต่อโจทย์เศรษฐกิจและเทคโนโลยีในยุคใหม่ พร้อมวางรากฐานด้านนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง ตั้งแต่การสร้างมูลค่าและเข้าถึงแหล่งทุน ไปจนถึงการยกระดับการคุ้มครองสิทธิ์และการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อันจะช่วยอำนวยความสะดวก สร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศสามารถขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกันได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการไทย”นางอรมนกล่าว
Mr.JUNG Yeonwoo ปลัดกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐเกาหลี กล่าวว่า MOU ดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสานต่อความร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยอย่างเต็มที่ และส่งเสริมระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาของทั้งสองประเทศ และขอเน้นย้ำว่าจะทำงานร่วมกับฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถลงนาม MOU ฉบับใหม่ได้ภายในกำหนดเวลาที่ตั้งเป้าหมายร่วมกัน


