ภายหลังองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เซ็นสัญญาโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด หรือรถเมล์อีวี จำนวน 1,520 คัน พร้อมระบบอัดประจุไฟฟ้า ระยะเวลาเช่า 7 ปี วงเงินกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท กับบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ไปเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 แต่รออีก 4 เดือน กว่าออกหนังสือให้เริ่มต้นงานในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 โดยนครชัยแอร์ให้บริษัท NEX เป็นผู้ผลิตรถ
ต่อมาวันที่ 1 กันยายน 2569 นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก.ได้พาสื่อมวลชนไปยังบริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด หรือ AAB ที่อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ EA ถือหุ้น 55% กับกลุ่มบริษัท เน็กซ์พอยท์ ถือหุ้น 45% เอกชนโชว์ไลน์การประกอบรถ และศักยภาพการผลิตที่ทำได้ถึงวันละ 15 คัน โดยเตรียมพนักงานประจำโรงงานถึง 700 คนสำหรับโครงการนี้
มีเรื่องวุ่นๆ ที่เอกชนต้องเร่งแก้ไขเพราะจากเงื่อนไขนครชัยแอร์ เสนอใช้รถสัญชาติจีน 2 ยี่ห้อให้ผลิตชิ้นส่วนส่งมาประกอบในไทย ได้แก่ FOTON จำนวน 1,000 คัน และ CRRC อีก 520 คัน แต่ล่าสุดค่าย FOTON ถอนตัวไปเรียบร้อยแล้ว เหลือ CRRC ยี่ห้อเดียว แต่ว่ากันว่าแม้เหลือผลิตชิ้นส่วนเจ้าเดียว ก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไร เพราะ CRRC ถือเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นกับบีทีเอส ซึ่งปัจจุบันบีทีเอสก็คือเจ้าของนครชัยแอร์ตัวจริง
ขณะที่ทาง CRRC ได้ส่งชิ้นส่วนรถชุดแรกจำนวน 40 คันจากจีนถึงไทยแล้ว ตั้งแต่ 30 สิงหาคม 2569 เพื่อเตรียมเปิดไลน์การประกอบภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังก่อนหน้านี้ได้ส่งโครงสร้างหลักของรถจำนวน 6 ชิ้น ได้แก่ โครงพื้น โครงหลังคา โครงหน้า โครงท้าย โครงข้างด้านขวา โครงข้างด้านซ้าย มาประกอบเป็นรถต้นแบบเพื่อให้ตรวจสอบตาม TOR ซึ่งผ่านเรียบร้อยแล้ว
ด้าน ขสมก.มั่นใจว่า เอกชนจะส่งมอบรถได้ตามกำหนดในปี 70 แน่นอน โดยมีแผนนำรถใหม่ วิ่งทดแทนรถเมล์ร้อนครีมแดง ที่มีอยู่ทั้งหมด ถือเป็นการรูดม่านปิดตำนานรถเมล์ร้อนที่อยู่คู่กับคนกทม.มายาวนาน ขณะที่เป้าหมายการมีรถใหม่ติดแอร์ ใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันดีเซล จะทำให้ ขสมก.ประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเหมาซ่อม ค่าน้ำมันดีเซล ค่าบุคลากร ได้รวมๆ ปีละกว่า 4 พันล้านบาทกันเลย
ส่วนประชาชนต้องเตรียมตัวและทำใจ เพราะเมื่อเปลี่ยนเป็นรถใหม่ติดแอร์ จะเก็บตามระยะทาง เริ่มต้น 15 บาท สูงสุด 25 บาท ค่าโดยสารรถร้อนของเดิมที่ 8 บาทตลอดสายจะไม่มีอีกต่อไป ส่วนที่รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม บอกว่าประชาชนไม่ต้องจ่ายเพิ่มเพราะรัฐบาลจะมีการอุดหนุนค่าโดยสารผ่านบัตรคนจน ส่วนผู้โดยสารทั่วไปต้องจ่ายเพิ่มแลกกับบริการใหม่ๆ


