ส่งออก ก.ค.69 พุ่งต่อ มูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 21.6% บวก 25 เดือนติด ได้แรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ การเร่งนำเข้าหนีนโยบายการค้าสหรัฐฯ และสินค้าเกษตรหลักกลับมาขยายตัว ส่วนการนำเข้าที่เพิ่ม ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบ ทุน ที่นำมาผลิตส่งออก รวม 7 เดือน มูลค่า 231,531 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.2% คาดแนวโน้มยังโตต่อ ตามการเติบโตของ AI ทั้งปี 11% ได้แน่ มีลุ้นแตะ 15% แต่ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยง ช่องแคบฮอร์มุซ ภาษีสหรัฐฯ
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือน ก.ค.2569 มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.6% ขยายตัวต่อเนื่อง 25 เดือน และทำสถิติส่งออกสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากเดือน มี.ค.2569 ที่ทำได้ 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้า มูลค่า 38,399.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 36.7% ขาดดุลการค้า 3,610.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และรวม 7 เดือนปี 2569 (ม.ค.-ก.ค.) การส่งออก มีมูลค่า 231,531 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.2% การนำเข้า มีมูลค่า 266,885.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 37.8% ขาดดุลการค้า 35,354.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยปัจจัยที่ช่วยผลักดันการส่งออกให้ขยายตัว มาจากความต้องการสินค้าในห่วงโซ่เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลทั่วโลกที่ยังเติบโต มีการเร่งนำเข้าเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการพลิกกลับมาขยายตัวของกลุ่มสินค้าเกษตรหลัก และศักยภาพของอาหารแปรรูป ส่วนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบ ทุน เครื่องจักร เพื่อมาผลิตและส่งออก ส่วนน้ำมัน จากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้น และสินค้าอุปโภคบริโภค นำเข้าไม่มาก ส่งผลให้มีการขาดดุลการค้า
สำหรับรายละเอียดการส่งออก สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 1.1% หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ลด 3.3% และสินค้าเกษตร เพิ่ม 0.6% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ยางพารา ข้าว อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ไก่แปรรูป กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ น้ำตาลทราย ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ทั้งนี้ 7 เดือนปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลด 2.9%
ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 24.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 28 เดือน โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ทองแดงและของที่ทำด้วยทองแดง เครื่องวีดีโอ เครื่องเสียง อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 22%
ทางด้านตลาดส่งออก ส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะตลาดหลัก เพิ่ม 26.9% โดยสหรัฐฯ เพิ่ม 45.3% จีน เพิ่ม 15.2% ญี่ปุ่น เพิ่ม 21.3% สหภาพยุโรป (27) เพิ่ม 31.5% อาเซียน (5) เพิ่ม 16.8% และ CLMV เพิ่ม 13% ตลาดรอง เพิ่ม 10.1% โดยทวีปออสเตรเลีย เพิ่ม 28.9% ทวีปแอฟริกา เพิ่ม 11.3% ลาตินอเมริกา เพิ่ม 12.1% รัสเซียและกลุ่ม CIS เพิ่ม 4.7% ส่วนเอเชียใต้ ลด 5.4% ตลาดตะวันออกกลาง ลด 12.1% และสหราชอาณาจักร ลด 10.6% และตลาดอื่น ๆ ลด 20%
นายนันทพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ดี จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องดูความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และผลสรุปมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อไทย รวมไปถึงการที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่าน จะเป็นปัจจัยเสี่ยงและเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกในระยะข้างหน้า
“กระทรวงพาณิชย์ได้เคยคาดการณ์การส่งออกว่า ทั้งปี 2569 จะเติบโต 8-11% และหากดูสถานการณ์ถึงตอนนี้ ที่ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเติบโต และถ้าโตต่อเนื่อง โอกาสที่การส่งออกทั้งปีของไทยจะขยายตัวเกิน 11% มีความเป็นไปได้สูง และมีโอกาสขยับขึ้นไปด้านบนเพิ่มขึ้น ส่วนจะทำได้ถึง 15% หรือไม่ มีความเป็นไปได้ โดยมูลค่าการส่งออกถ้าโต 15% อยู่ที่ 391,267.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอีก 5 เดือนที่เหลือต้องส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 31,947.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ”นายนันทพงษ์กล่าว


