กทพ.แจงกรมขนส่งทางบกให้เชื่อมข้อมูล สำหรับใช้สืบค้น ภารกิจตามหาเจ้าของรถที่ไม่ชำระค่าผ่านทาง หลังมีประเด็นบัญชีผู้ใช้งาน ของกทพ.เข้าสืบค้นข้อมูลผิดปกติเร่งตรวงสอบข้อเท็จจริงร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวของ ยัน ให้พนักงานรีเซท พาสเวิร์ดทุก 90 วัน
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แจ้งว่า ตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับกรณีกระทรวงคมนาคมตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ที่มีลักษณะการเข้าสืบค้นข้อมูลผิดปกติและอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น กทพ. ได้รับทราบกรณีดังกล่าวและไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
กทพ. เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้ใช้สืบค้นข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายในการติดตามเจ้าของรถที่ใช้ทางพิเศษแต่ไม่ชำระค่าผ่านทาง เพื่อดำเนินการตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและการปรับเป็นพินัย เนื่องจาก กทพ. มีกรอบระยะเวลาในการให้ผู้ใช้ทางพิเศษมาชำระค่าผ่านทางภายในกำหนด หากไม่ชำระภายในกำหนด กทพ. จะออกหนังสือขอให้ชำระค่าผ่านทางและการปรับเป็นพินัย ตามลำดับ
ทั้งนี้ การเข้าถึงและใช้งานข้อมูลดังกล่าวดำเนินการภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ ระเบียบ และเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยใช้เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการเท่านั้น
ภายหลังได้รับแจ้งจากกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก ว่าได้ตรวจพบการใช้งานบัญชีผู้ใช้งาน (User Account) มีลักษณะการเข้าสืบค้นข้อมูลผิดปกติ กทพ. ได้ดำเนินการตามมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศโดยทันที อาทิ การตรวจสอบข้อมูลการใช้งานของระบบ (Log) และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ และจากการตรวจสอบข้อมูล
เบื้องต้น พบว่าบัญชีผู้ใช้งานดังกล่าวเป็นบัญชีที่ กรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้ กทพ. ใช้สำหรับเข้าถึงข้อมูลตามภารกิจของหน่วยงานในการติดตามเฉพาะผู้ใช้ทางพิเศษที่ไม่ชำระค่าผ่านทาง และ กทพ. มีข้อกำหนดให้พนักงานจะต้องรีเซ็ตพาสเวิร์ดทุก 90 วัน
กทพ. ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลในด้านระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management System - ISMS) ตาม ISO/IEC 27001:2022 เมื่อวันที่ 21กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยยืนยันว่า กทพ. มีระบบการบริหารจัดการข้อมูลและการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึง กทพ. ยังมีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ตามกระบวนการของหน่วยงานเพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
กทพ. ยืนยันให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมมีการทบทวนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ


