คณะกรรมการร่วมกำกับการดำเนินงานภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ACFTA-JC) เห็นพ้องเสนอผู้นำประกาศความสำเร็จการเจรจา ACFTA 3.0 ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน พ.ย.69 เผยล่าสุด 7 ประเทศ รวมทั้งไทย ได้ดำเนินกระบวนการภายในเสร็จแล้ว หากจีนดำเนินการเสร็จด้วย จะมีผลบังคับใช้ภายใน 60 วัน ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์ความตกลงได้ทันที
นางอุมาพร ฟูตระกูล รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการร่วมกำกับการดำเนินงานภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน หรือ ACFTA-JC ครั้งที่ 17 เมื่อวันที่ 23–24 ก.ค.2569 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ว่า ได้รับมอบหมายจาก น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้ทำหน้าที่ประธานฝ่ายอาเซียน ร่วมกับนายหลิน เฟิง อธิบดีกรมการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จีน ซึ่งเป็นการประชุม ACFTA-JC ครั้งแรกในรอบ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2566 เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา อาเซียนและจีนมุ่งเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน หรือ ACFTA 3.0 ให้สำเร็จ และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ ACFTA 3.0 มีผลใช้บังคับภายในปี 2569 โดยจะเสนอให้ผู้นำอาเซียน-จีน ประกาศความสำเร็จในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน (ASEAN-China Summit) ในเดือน พ.ย.2569
ทั้งนี้ ปัจจุบันอาเซียน 7 ประเทศรวมทั้งไทย ได้ดำเนินกระบวนการภายในประเทศเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากฝ่ายจีนดำเนินกระบวนการแล้วเสร็จ จะทำให้พิธีสารดังกล่าวมีผลใช้บังคับภายใน 60 วัน และทำให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลง ACFTA ที่มีการปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทันสมัยและอำนวยความสะดวกทางการค้ามากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามพันธกรณีภายใต้ความตกลง ACFTA ที่สำคัญ อาทิ การปรับโอนพิกัดศุลกากรของตารางการลดภาษีให้เป็นฉบับ HS 2022 การพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลถิ่นกำเนิดสินค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบ EODES เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการลดขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการที่เกี่ยวกับกระบวนการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า โดยปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการหารือเพื่อจัดทำระบบดังกล่าวกับฝ่ายจีน
นอกจากนี้ ได้หารือแนวทางการจัดสรรเงินภายใต้กองทุนที่สนับสนุนโดยจีน เพื่อให้อาเซียนใช้ประโยชน์จากกองทุนดังกล่าวในการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามข้อตกลงใหม่ ๆ เช่น การค้าดิจิทัล การค้าสีเขียว และความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้ ACFTA 3.0
จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอาเซียน 16 ปีติดต่อกัน โดยในปี 2568 การค้าระหว่างอาเซียนกับจีน มีมูลค่า 916,149.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.59% โดยไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของจีนในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากเวียดนามและมาเลเซีย ในขณะที่การค้าระหว่างอาเซียนกับจีน ในช่วง 3 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-มี.ค.) มีมูลค่า 238,451.07 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอาเซียนส่งออกไปจีน มูลค่า 77,483.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาเซียนนำเข้าจากจีน มูลค่า 160,967.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของอาเซียน ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และส่วนประกอบ เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ เหล็กและเหล็กกล้า ผลไม้และลูกนัตที่บริโภคได้ ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และส่วนประกอบ พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก เหล็กและเหล็กกล้า รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เป็นต้น


