xs
xsm
sm
md
lg

“รถไฟไทย-จีน”ติดหล่ม”ปรับแบบ-ขยายสัญญา-เว้นค่าปรับ” จ่องบพุ่งอีก 3,700 ล้านบาทส่วนงานระบบจีนขอยืด 45 เดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



”รถไฟไทย-จีน”ติดหล่ม สัญญา 3-5 ปรับแบบ”โคกกรวด -บ้านใหม่” งบเพิ่ม 2 พันล้าน แต่ผู้รับจ้างไม่ยอมรับราคา สัญญาสิ้นสุด 18 ก.ค.69 คาดต้องเจรจายกเว้นค่าปรับ และยังมีอีก 3-4 สัญญาที่จะต้องเพิ่มงบก่อสร้างคาด 3.7 พันล้านบาท ส่วนงานระบบรถ สัญญา2.3 วงเงิน 5 หมื่นล้าน สิ้นสุดตั้งแต่ เม.ย.69 แต่ยังเข้าพื้นที่ไม่ได้ จีนเสนอขอเพิ่มเงิน-ต่อเวลาอีก 45 เดือน   

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า โครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ระยะแรก ช่วงกรุงเทพมหานคร- นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร (กม.) มูลค่า 179,412.21 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.2560 มีงานโยธาทั้งหมด 14 สัญญา ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้างอีก 2 สัญญา ผลงาน ถึงเดือนก.ค. 2569 มีความคืบหน้า  55 % ยังล่าช้ากว่าแผนงานถึง 33 % โดยคาดว่าการก่อสร้างงานโยธาจะแล้วเสร็จในปี 2573  ขณะนี้กระทรวงคมนาคม ได้ตั้งเป้าหมายให้เปิดบริการช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา ภายในปี 2573  

รายงานข่าวระบุว่า งานก่อสร้างที่ต้องเร่งแก้ปัญหา นอกเหนือจากสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. ที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งมีทางออกคือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะนำกลับมาดำเนินการก่อสร้างเอง  และสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ–พระแก้ว ระยะทาง 13.30  กม. วงเงิน 10,325.90 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งรัดขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อเปิดประมูลใหม่ คาดจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้โดยเร็วแล้ว

ขณะนี้ ยังมีปัญหาอีก  2 สัญญาสำคัญที่นอกจากต้องขยายเวลาก่อสร้างแล้ว ต้องมีการเพิ่มวงเงินค่าจ้างด้วย ได้แก่ งานก่อสร้าง สัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ระยะทาง 12.38 กม. วงเงิน 7,750 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้า SPTK จำกัด (ประกอบด้วย บริษัท นภาก่อสร้างจำกัด  บริษัท ทิมเซคาร์ตาร์ เอสดีเอ็น บีเอชดีจำกัด และ บริษัท บิน่า พูรี่ เอสดีเอ็น บีเอชดี จำกัด) เป็นผู้รับจ้าง ปัจจุบันสร้างได้เพียง 18  % ล่าช้ากว่า  81 %

ปัญหาอุปสรรคสำคัญ คือ ส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้รับจ้างล่าช้ากว่าที่กำหนด เนื่องจากมีสิ่งปลูกสร้างอาคารเช่า 60 ห้องกีดขวางงานก่อสร้าง ซึ่งดำเนินการรื้อย้ายออกไปได้แล้ว รวมถึงข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ ทำให้ต้องมีการปรับแบบก่อสร้าง จากแบบเดิมเป็นคันทาง (Embankment) สูง 4-5 เมตร ไปเป็นโครงสร้างยกระดับ (Elevated) ตั้งแต่ ช่วงโคกกรวด -บ้านใหม่ ระยะทางประมาณ 7.85 กม. ทำให้ต้องเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้างอีก 2,052.08 ล้านบาท และส่งผลให้ต้องขยายระยะเวลาก่อสร้างไปอีก 36 เดือน


รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้รฟท.อยู่ระหว่างเจรจาตกลงกับผู้รับจ้าง เพื่อให้ก่อสร้างตามแบบที่ปรับใหม่ภายใต้วงเงินที่เพิ่มก่อน จากนั้นจึงจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติปรับกรอบวงเงิน แล้วจึงกำหนดเป็นงานเพิ่มเติม (VO) ของสัญญาต่อไป โดยล่าสุดทางผู้รับจ้าง ไม่ยอมรับราคา 2,052.08 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ต้นทุนปัจจุบันทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ คาดว่าต้องปรับเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้างขึ้นอีก

สำหรับสัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ลงนามตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 2563 กำหนดเริ่มก่อสร้างวันที่ 26 ม.ค. 2564 สัญญาสิ้นสุดวันที่ 10 ม.ค.2567 โดยผู้รับจ้างได้รับช่วยเหลือมาตรการโควิด ค่าปรับร้อยละ 0 จนถึงวันที่ 18 ก.ค. 2569 ปัจจุบันถือว่า ครบกำหนดสัญญาไปแล้ว แต่เรื่องปรับแบบ ขอเพิ่มงบและขยายเวลา ยังไม่เรียบร้อย ส่วนกรณีค่าปรับอาจมีการเจรจายกเว้นกันต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีสัญญา 3-2 ช่วงอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ระยะทาง 12.23 กม. มีบมจ.เนาวรัตน์ พัฒนาการผู้รับจ้าง วงเงิน 4,279 ล้านบาท,สัญญา 3-3 ช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง ระยะทาง 21.60 กม. มี บจ.ไทย เอ็นจิเนียร์และอุตสาหกรรม เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 9,838 ล้านบาท,สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โครกกรวด ระยะทาง 37.45 กม. มีITD เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 9,848 ล้านบาท สัญญา 4-7 ช่วงสระบุรี-แก่งคอย ระยะทาง 12.99 กม. มี บจ.ซีวิลเอ็นจีเนียริงเป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 8,560 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างพิจารณาปรับเพิ่มกรอบวงเงินค่าก่อสร้าง คาดรวมกันทั้งหมดไม่น้อยกว่า 3,700 ล้านบาท


นอกจากนี้ ยังมีประเด็น สัญญา 2.3 งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร (สัญญา 2.3) วงเงิน 50,633.5 ล้านบาท มีบริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล (China Railway International Co., Ltd.) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชัน (China Railway Design Corporation) รัฐวิสาหกิจของจีน เป็นผู้รับจ้าง ลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2563 มีระยะเวลาดำเนินงาน 64 เดือน สัญญาสิ้นสุดเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา ปัจจุบันงานคืบหน้าเพียง 1.270%

ปัญหาของสัญญา 2.3 คือ รฟท.ยังไม่สามารถออก NTP ส่งมอบพื้นที่ได้ เนื่องจากการก่อสร้างงานโยธายังล่าช้า ทำให้ทางฝ่ายจีนเสนอขอขยายระยะเวลาก่อสร้างในสัญญา 2.3 ออกไปอีก 45 เดือน โดยจะไปแล้วเสร็จในเดือน ม.ค. 2573 และล่าสุดทางจีน เสนอขอปรับเพิ่มวงเงินค่าจ้างด้วย ทำให้ยังเจรจากันไม่ลงตัว ขณะที่สัญญาได้ครบกำหนดไปแล้ว โดยรฟท.อยู่ระหว่างเจรจากับจีนทั้งเรื่องการขยายเวลาและการยกเว้นค่าปรับเนื่องจากไม่ใช่ความผิดของผู้รับจ้าง