xs
xsm
sm
md
lg

SCGPโชว์กำไรQ2พุ่ง128% ยันคงเป้าEBITDAปีนี้ 1.8หมื่นล.เร่งปิดดีลM&P

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



 
SCGP เผยไตรมาส 2 ปีนี้มีกำไรสุทธิ 2,304 ล้านบาท โตขึ้น 128%เมื่อเทียบปีก่อนเหตุธุรกิจในอินโดนีเซียพลิกทำกำไร และความต้องการบรรจุภัณฑ์ในอาเซียนขยายตัว โดยเฉพาะในเวียดนามเติบโตแรงต่อเนื่อง ยันคงเป้าEBITDA ปีนี้อยู่ที่ 1.8หมื่นล้านบาท และเร่งปิดดีลM&Pคาดครึ่งปีหลังมีความชัดเจน ด้านบอร์ดฯไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้นและแต่งตั้ง CEOคนใหม่  “ดนัยเดช เกตุสุวรรณ ”มีผลบังคับ 1 ม.ค.70

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยผลการดำเนินงานในนไตรมาส2/2569 ว่า บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 32,454 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11 %จากไตรมาสก่อน โดยมี EBITDA เท่ากับ 5,821 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 25 %จากไตรมาสก่อน และมีกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 2,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128 %เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 47 %จากไตรมาสก่อน

 

 


โดยตลาดบรรจุภัณฑ์ในไตรมาส 2 นี้เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน มาจากการบริโภคภายในแต่ละประเทศอาเซียนและการส่งออกที่เพิ่มขึ้น หลังผ่านช่วงวันหยุดในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม และเป็นช่วงฤดูกาลผลผลิตทางการเกษตร การเพิ่มสต็อกสินค้าเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนด้านอุปทาน การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพของรัฐบาล การจัดกิจกรรมในช่วงแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2569 ส่งผลให้ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคและบรรจุภัณฑ์อาหารปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ ราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้น

รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อบริหารจัดการต้นทุน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านเครือข่ายการผลิตในภูมิภาคและการนำเสนอโซลูชันบรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคแบบครบวงจรทำให้ธุรกิจในอินโดนีเซียพลิกกลับมาทำกำไรจากปริมาณการขายบรรจุภัณฑ์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัวของราคาตามตลาดในภูมิภาค การบริหารต้นทุน การปรับโครงสร้างการใช้พลังงาน ขณะที่ธุรกิจในเวียดนามยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง


นายวิชาญ กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส3/2569 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนโดยในช่วงปลายไตรมาส3 จะมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นเพื่อเก็บสต็อกในการผลิต รองรับการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกในไตรมาส 4 ปีนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันคาดว่าจะมีความผันผวนลดลง

อย่างไรก็ตามทั้งปี2569 บริษัทฯยังคงเป้าหมายรายได้จากการขายอยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท และ EBITDA 1.8 หมื่นล้านบาท แม้ว่าครึ่งปีแรกจะทำรายได้จากการขาย 6.17 หมื่นล้านบาท และมีEBITDA 1.05 หมื่นล้านบาทก็ตาม

SCGP มุ่งมั่นสร้างการเติบโตผ่านกลยุทธ์เชิงรุกขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์จากกระดาษในอาเซียนเพื่อรับโอกาสความต้องการที่ขยายต่อเนื่อง โดยเพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกในตอนใต้ของประเทศเวียดนาม 26,800 ตันต่อปี ที่จะตั้งอยู่ในพื้นที่โรงงานเดิมของ Vina Kraft Paper Co., Ltd. (VKPC) ซึ่งเป็นบริษัทใน SCGP ที่นครโฮจิมินห์ ด้วยงบประมาณรวม 748 ล้านบาท เพื่อรุกต่อยอดโอกาสการเติบโตในเวียดนาม คาดว่าจะเริ่มการผลิตในเดือนกันยายนปี 2570 ขณะเดียวกัน ได้เสริมความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่องผ่านการเพิ่มปริมาณการขายในประเทศ ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาการควบรวมกิจการ(M&P)หลายโครงการ คาดว่าจะเห็นการปิดดีลได้ในครึ่งหลังปี2569


ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 1,717 ล้านบาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กำหนดวันที่ XD ในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569

นอกจากนี้ บอร์ดบริษัทฯมีมติอนุมัติแต่งตั้งนายดนัยเดช เกตุสุวรรณ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทนนายวิชาญ จิตร์ภักดี ที่เกษียณอายุ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป