กรมการค้าภายในรับข้อสั่งการ “ศุภจี” ดูแลสินค้าทหลังสถานการณ์ราคาพลังงานโลกมีทิศทางคลี่คลาย เผยปุ๋ยเคมีและบรรจุภัณฑ์เริ่มลงแล้ว สินค้ากลุ่มอื่นได้หารือห้าง ผู้ผลิต ดูแลราคาให้สะท้อนต้นทุน ส่วนวัตถุดิบอาหารจานด่วน หลายรายการลดลง นัดถกสมาคมภัตตาคารไทย หาโมเดลช่วยลดต้นทุน ย้ำของถูก ณ ที่ว่าการอำเภอ ยังมีต่อในเดือน ก.ค.
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกที่เริ่มมีทิศทางคลี่คลาย ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าหลายรายการเริ่มปรับลดลง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กำกับดูแลอย่างเหมาะสม โดยพบว่าราคาปุ๋ยและบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ทยอยกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤติความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่สินค้าที่จำหน่ายอยู่ในตลาดปัจจุบันจำนวนหนึ่งยังสะท้อนต้นทุนจากวัตถุดิบและสินค้าที่ผู้ประกอบการนำเข้าในช่วงที่ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง จึงต้องใช้ระยะเวลาให้ต้นทุนใหม่ทยอยสะท้อนมายังราคาจำหน่าย โดยกรมจะติดตามและกำกับดูแลโครงสร้างราคาจำหน่ายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภคต่อไป
โดยล่าสุดกรมได้เชิญผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ผลิต และผู้แทนห้างค้าปลีกในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ประจำวัน เครื่องใช้ไฟฟ้า ยางรถยนต์ และพลาสติก กว่า 80 ราย ร่วมหารือติดตามสถานการณ์ต้นทุนและภาวะตลาด โดยยืนยันว่าสินค้าในประเทศมีเพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่ต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์พลาสติกและค่าขนส่งปรับลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงวิกฤติประมาณ 20% และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงรับภาระต้นทุนเดิมไว้โดยไม่ปรับขึ้นราคาสินค้า แต่ใช้วิธีปรับลดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อบริหารต้นทุน
ส่วนการดูแลราคาขายอาหารปรุงสำเร็จหรืออาหารจานเดียว ปัจจุบันวัตถุดิบสำคัญหลายรายการยังสามารถรักษาระดับราคาได้ และบางรายการมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยวัตถุดิบทั่วไป ได้แก่ ข้าวสารเหนียว เกลือป่น ซีอิ๊ว ซอสหอยนางรม ซอสพริก และซอสมะเขือเทศ วัตถุดิบตามฤดูกาล ได้แก่ กุ้งขาว ถั่วฝักยาว กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักบุ้งจีน ผักชี พริกขี้หนูจินดา และมะนาว และในส่วนของวัตถุดิบที่เป็นสินค้าควบคุมไม่มีการปรับขึ้น ได้แก่ น้ำตาลทรายขาว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และนมพร้อมดื่ม ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหารจานเดียว ส่งผลดีต่อการบริหารต้นทุนของผู้ประกอบการร้านอาหาร และช่วยชะลอแรงกดดันต่อราคาจำหน่ายอาหาร ส่วนข้าวสารบรรจุถุง ที่มีการเสนอขอปรับราคา เนื่องจากราคาข้าวเปลือกสูงขึ้น แต่ยังให้ความร่วมมือตรึงราคาอยู่
“กรณีดรามาข้าวราดแกง 40 บาท เป็นเพียงหนึ่งในแนวทางการลดค่าครองชีพประชาชนที่จะดำเนินการ แต่หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และมีการแสดงความเห็นจากหลายภาคส่วน จึงนำกลับมาทบทวนใหม่ โดยจะมีการหารือกับสมาคมภัตตาคารไทย เพื่อรับฟังข้อเสนอและแลกเปลี่ยนแนวทางดำเนินโครงการ เพื่อให้ตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุดต่อไป”นายวิทยากรกล่าว
นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า อาหารจานเดียวมีต้นทุนที่สำคัญ 2 อย่าง คือ ต้นทุนทางตรง ประกอบด้วย ค่าเช่าที่ ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าวัตถุดิบ และต้นทุนแฝง ประกอบด้วย ค่าขนส่ง ค่าไฟ ค่าน้ำ เป็นต้น โดยในส่วนของต้นทุนทั้งหมดนี้ มีหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลและช่วยลดต้นทุนให้แก่พี่น้องประชาชนอยู่ในทุก ๆ ด้าน โดยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์มีภารกิจหลักในการติดตามและกำกับดูแลวัตถุดิบ เพื่อให้ราคาอาหารปรุงสำเร็จอยู่ในระดับที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค
ร.ต.จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองขับเคลื่อนนโยบายการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ กว่า 800 แห่งทั่วประเทศ โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดสินค้าชุมชนและสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ในทุกวันศุกร์ของเดือน พ.ค.2569 ที่ผ่านมาจำนวน 5 ครั้ง มียอดจำหน่ายสินค้า จำนวน 135.40 ล้านบาท ลดภาระค่าของชีพได้ 29.62 ล้านบาท และดำเนินการต่อเนื่องเฟส 2 ตั้งแต่เดือน ก.ค.2569 จัดทุกวันศุกร์เว้นศุกร์


