ต่างชาติลงทุนไทย ครึ่งปี 69 จำนวน 640 ราย เพิ่มขึ้น 27% นำเงินเข้า 187,614 ล้านบาท เพิ่ม 68% จ้างงานคนไทย 4,269 คน เพิ่ม 30% ญี่ปุ่นนำโด่งลงทุนสูงสุด ตามด้วยสิงคโปร์ จีน ฮ่องกง และสหรัฐฯ เฉพาะใน EEC ลงทุน 199 ราย มูลค่า 83,779 ล้านบาท
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนของคนต่างด้าวในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 640 ราย เพิ่มขึ้น 27% โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 151 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 489 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 187,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 4,269 คน เพิ่มขึ้น 30%
โดยมีจำนวนนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จีน 110 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 35,479 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม โดยเป็นการให้คำปรึกษาแนะนำสำหรับงานวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุและอุปกรณ์ ก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบอุปกรณ์และระบบของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ Printed Circuit Board Assembly (PCBA) เป็นต้น
2.สหรัฐฯ 107 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 6,043 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจบริการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง บำรุงรักษาและซ่อมแซมโครงสร้างและชั้นวางสินค้าที่ทำจากโลหะ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ชิ้นส่วนเหล็กหล่อขึ้นรูป เม็ดพลาสติก เป็นต้น
3.ญี่ปุ่น 87 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 44,662 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้คำปรึกษาและแนะนำทางเทคนิคในการเลือกเครื่องจักรและอุปกรณ์ การวางผังเครื่องจักร การตรวจสอบชิ้นงานและการปรับปรุงกระบวนการผลิต เป็นต้น ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า, ผลิตภัณฑ์โลหะเป็นต้น
4.สิงคโปร์ 83 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 37,867 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจผลิตไม้วีเนียร์ (Wood Veneer) ธุรกิจบริการ Data Center ธุรกิจบริการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐผ่านระบบ Thailand National Single Window (NSW) ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น อาหารสัตว์ ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ชิ้นส่วนสำหรับระบบโทรคมนาคมแบบใยแก้วนำแสง เป็นต้น
5.ฮ่องกง 59 ราย คิดเป็น 9% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 13,088 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้บริการติดตั้ง การให้คำปรึกษาและแนะนำเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการตั้งค่า การบำรุงรักษา และการซ่อมแซมเครื่องจักรอุปกรณ์และระบบต่างๆ เป็นต้น ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งติดตั้งและทดสอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานลม สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ธุรกิจบริการพัฒนา/ปรับปรุงซอฟต์แวร์ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น เครื่องจักรอัตโนมัติ เลนส์สายตาและแว่นสายตา ผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม เป็นต้น
ทั้งนี้ การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 307 ราย คิดเป็น 48% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 640 ราย มูลค่าลงทุน 127,879 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร
สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีจำนวน 199 ราย คิดเป็น 31% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 26%มีมูลค่าการลงทุน 83,779 ล้านบาท คิดเป็น 45% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากจีน 69 ราย ลงทุน 28,983 ล้านบาท ญี่ปุ่น 28 ราย ลงทุน 22,386 ล้านบาท สิงคโปร์ 22 ราย ลงทุน 10,100 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 80 ราย ลงทุน 22,310 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ ธุรกิจซ่อมบำรุง Aircraft Nacelle และชิ้นส่วนของ Nacelle ของอากาศยานทางการทหาร ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม โดยเป็นการให้คำปรึกษาแนะนำสำหรับงานวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจบริการคลังสินค้า ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น แม่พิมพ์ โลหะขึ้นรูปสำหรับอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากกระดาษรีไซเคิล เป็นต้น


