ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ พ.ค.69 ไม่รวมทองคำ 860.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 1.82% ขยายตัว 3 เดือนติด ได้แรงหนุนหลายตลาดต้องการ เว้นสหรัฐฯ ที่ยังลด รวม 5 เดือน 15,663.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 29.41% เฉพาะทองส่งออก 1,413.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 55.75% จากความต้องการซื้อของธนาคารกลาง การลงทุนในทองคำ แม้ว่าราคาโลกเริ่มลดลง จับตา ก.ค. หลัง G7 ห่วงเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ สงครามตะวันออกกลางกลับมาปะทุ
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือน พ.ค.2569 มีมูลค่า 860.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.82% ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 หากรวมทองคำ มีมูลค่า 2,274.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.74% รวม 5 เดือนปี 2569 (ม.ค.-พ.ค.) ส่งออกไม่รวมทองคำ มูลค่า 7,371.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.11% รวมทองคำมูลค่า 15,663.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 29.41%
ทั้งนี้ การส่งออกเฉพาะทองคำ เดือน พ.ค.2569 มีมูลค่า 1,413.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 55.75% โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางหลายประเทศ การลงทุนในทองคำ และความต้องการใช้ทองคำในเครื่องประดับ แม้ว่าราคาทองคำตลาดโลกจะเริ่มชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 4,587.52 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ลดลง 3 เดือนติดต่อกัน เพราะความขัดแย้งในตะวันออกกลางผ่อนคลาย กองทุน SPDR Gold มีการขายทองคำออกมา และรวม 5 เดือน ส่งออกทองคำ 8,291.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 51.62% โดยหากแยกการส่งออกแต่ละเดือน ม.ค.2569 มูลค่า 2,758.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 136.16% ก.พ.2569 มูลค่า 1,103.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.22% มี.ค.2569 มูลค่า 1,799.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 24.28% และเม.ย.2569 มูลค่า 1,216.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 20.27%
ทางด้านตลาดส่งออก อินเดีย เพิ่ม 2.84% ฮ่องกง เพิ่ม 8.59% เยอรมนี เพิ่ม 41.77% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 67.15% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 65.60% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 5.50% อิตาลี เพิ่ม 32.17% ญี่ปุ่น เพิ่ม 42.08% เบลเยี่ยม เพิ่ม 22.36% ส่วนสหรัฐฯ ลด 11.371% จากการที่ผู้นำเข้าได้เร่งนำเข้าก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดนำเข้าชะลอตัวลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน
ส่วนการส่งออก เครื่องประดับแท้ เพิ่ม 68.17% เครื่องประดับทอง เพิ่ม 15.59% เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่ม 2,674.53% เครื่องทองหรือเครื่องเงินและส่วนประกอบ เพิ่ม 73,582.81% พลอยก้อน เพิ่ม 136.86% เพชรก้อน เพิ่ม 36.73% เพชรเจียระไน เพิ่ม 11.32% โลหะเงิน เพิ่ม 142.46% ส่วนเครื่องประดับเงิน ลด 4.43% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน ลด 0.48% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน ลด 1.48%
นายสุเมธกล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในช่วงเดือน ก.ค.2569 จะยังได้รับผลดีจากการที่ผู้นำเข้าเร่งซื้อสินค้า เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ความกังวลด้านห่วงโซ่อุปทานและวัตถุดิบที่จะสูงขึ้น และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าและเอื้อต่อการส่งออก แต่ก็ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยง หลังจากกลุ่ม G7 และยุโรปออกคำเตือนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจ เงินเฟ้อรอบใหม่ ความเสี่ยงทางการค้า รวมไปถึงนโยบายภาษีสหรัฐฯ ที่ต้องจับตาว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร และวิกฤตในตะวันออกกลาง ที่กลับมาปะทุอีกครั้ง


