ไทยร่วมประชุมสมัชชาใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ที่เจนีวา ร่วมกำหนดทิศทางและติดตามการดำเนินงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา “กิริฎา”แสดงความภาคภูมิใจ WIPO ทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งทูตด้านแฟชันและการออกแบบแด่ “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี” พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ของไทย ที่มุ่งผลักดันแปลงไอพีเป็นทุน เตรียมเข้าเป็นภาคีกรุงเฮก สนธิสัญญา WPPT และการใช้ GI สร้างมูลค่าเพิ่ม
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO General Assembly) ครั้งที่ 68 ณ สำนักงานใหญ่ WIPO นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีของประเทศสมาชิก WIPO และปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–15 ก.ค.2569 เพื่อกำหนดทิศทางและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้กรอบ WIPO รวมทั้งแลกเปลี่ยนพัฒนาการและประเด็นสำคัญด้านทรัพย์สินทางปัญญาในระดับระหว่างประเทศ โดยมีหัวหน้าสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาและผู้แทนจากประเทศสมาชิก WIPO กว่า 194 ประเทศเข้าร่วม
ในการประชุมครั้งนี้ นายดาเรน ทัง ผู้อำนวยการใหญ่ WIPO ได้นำเสนอผลการดำเนินงานขององค์กรในภาพรวม ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์และการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ บทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ความก้าวหน้าของบริการระหว่างประเทศของ WIPO การสนับสนุนประเทศสมาชิกในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนทิศทางการดำเนินงานของ WIPO ในอนาคต
ดร.กิริฎากล่าวว่า ตนได้ใช้โอกาสนี้ ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม WIPO GA โดยแสดงความภาคภูมิใจในโอกาสแห่งประวัติศาสตร์ที่ WIPO ได้ทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่ง “ทูตด้านแฟชันและการออกแบบของ WIPO” หรือ WIPO Ambassador for Fashion and Design แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นพระองค์แรกของโลก ด้วยพระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและยกระดับช่างฝีมือในท้องถิ่นของไทยให้สามารถพัฒนาหัตถศิลป์ดั้งเดิมให้สอดรับกับการออกแบบสมัยใหม่ โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้อย่างงดงาม โดยบทบาทในระดับโลกครั้งนี้ พระองค์จะทรงสามารถแบ่งปันประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จแก่ประเทศสมาชิกอื่น ๆ เพื่อยกระดับงานหัตถกรรมของชุมชนท้องถิ่นสู่เวทีโลก
ขณะเดียวกัน ได้แสดงวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทย โดยเน้นย้ำว่าทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้เป็นเพียงสิทธิตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต พร้อมทั้งได้นำเสนอความมุ่งมั่นของไทยในการสร้างระบบนิเวศด้านทรัพย์สินทางปัญญาแห่งอนาคตเพื่อประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน
โดยมีแผนดำเนินการตาม 3 แนวทางสำคัญ คือ 1.การผลักดันระบบ IP Finance ของประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME และสตาร์ตอัปสามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุน 2.การเร่งเตรียมความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ (Hague Agreement) และสนธิสัญญาว่าด้วยการแสดงและสิ่งบันทึกเสียง (WPPT) เพื่อยกระดับการคุ้มครองนักออกแบบ ศิลปิน นักแสดง และนักดนตรีไทยในระดับสากล และ 3.การใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน โดยทำงานร่วมกับผู้ประกอบการในพื้นที่เพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า GI ผ่านการสร้างแบรนด์ การปรับรูปแบบการนำเสนอสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การควบคุมคุณภาพมาตรฐานการผลิต และการเชื่อมโยงสินค้า GI สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งโดยเฉลี่ยสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียนแล้วจะสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เพิ่มขึ้น 2-5 เท่า
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การประชุม WIPO GA ในปีนี้ได้สะท้อนทิศทางร่วมของ WIPO และประเทศสมาชิกในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ การค้าและการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Assets) มีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเติบโตเร็วกว่าสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Tangible Assets) ถึง 3 เท่า โดยเห็นพ้องว่าทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านกฎหมายหรือเทคนิคเท่านั้น แต่เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME ผ่านการสร้างแบรนด์ การออกแบบ และนวัตกรรม
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการคุ้มครองสิทธิ์ และทุกประเทศยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญา (IP Ecosystem) เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเศรษฐกิจแห่งอนาคต ซึ่งล้วนเป็นทิศทางที่ประเทศไทยกำลังผลักดันเช่นเดียวกัน
“การประชุม WIPO GA ยังถือเป็นโอกาสสำคัญในการติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานของคณะทำงานภายใต้กรอบ WIPO ทั้งในด้านลิขสิทธิ์และสิทธิข้างเคียง สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการแสดงออกทางวัฒนธรรมดั้งเดิม เป็นต้น ตลอดจนทิศทางการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญและจะนำผลการหารือมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนานโยบายและระบบบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมในอนาคต ซึ่งกรมพร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือกับ WIPO และประเทศสมาชิกอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาที่สมดุล ครอบคลุม เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกัน”นางอรมนกล่าว


