xs
xsm
sm
md
lg

กรมทรัพย์สินทางปัญญาชวนใช้สินค้า GI เป็นวัตถุดิบ เพิ่มมูลค่าอาหารคาว-หวาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมทรัพย์สินทางปัญญาชวนผู้ประกอบการร้านอาหาร เชฟ ใช้สินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI เป็นวัตถุดิบ เพื่อยกระดับคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหารคาวและหวาน ยกตัวอย่างต้มยำกุ้ง สามารถใช้กุ้ง มะนาว เกลือ มะพร้าว GI หรือข้าวเหนียมมะม่วง ที่สามารถใช้มะม่วง น้ำตาลโตนด เกลือ ใบเตย GI มาทำได้ เผยหากต่อยอดด้วยนวัตกรรม นำวัตถุดิบ GI ไปทำอาหาร สามารถจดทะเบียนสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตรได้

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมขอเชิญชวนผู้ประกอบการร้านอาหาร เชฟ และผู้บริโภค เลือกใช้วัตถุดิบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทย ในการรังสรรค์อาหารเมนูต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพ ตอกย้ำอัตลักษณ์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหารไทย อันจะช่วยเสริมภาพลักษณ์และสร้างการจดจำเอกลักษณ์อาหารไทยในสายตาผู้บริโภคทั่วโลก และยังช่วยต่อยอดนวัตกรรมอาหารและใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์และเพิ่มโอกาสทางการค้า

“กรมได้รับนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งส่งเสริมการต่อยอดมูลค่าสินค้าไทยในมิติต่าง ๆ เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรและชุมชน โดยจะผลักดันให้มีการนำสินค้า GI ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีชื่อเสียง และเอกลักษณ์ประจำถิ่น อันเกิดจากความเชื่อมโยงกับสภาพทางภูมิศาสตร์ เช่น ดิน น้ำ อากาศ และภูมิปัญญา มาใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารทั้งอาหารคาวและหวาน เพื่อสร้างจุดขาย ถ่ายทอดเรื่องราวของดีประจำถิ่นผ่านเมนูอาหาร และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบ GI และอาหารไทย”


นางอรมนกล่าวว่า ปัจจุบันอาหารไทยหลายชนิดได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วโลก เช่น ต้มยำกุ้ง ข้าวเหนียวมะม่วง ส้มตำ แกงมัสมั่น ผัดกะเพรา ผัดไทย และชาไทย เป็นต้น ซึ่งต้มยำกุ้งได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) สะท้อนถึงคุณค่าและภูมิปัญญาด้านอาหารของไทย ตอกย้ำการยอมรับในระดับนานาชาติ

โดยความโดดเด่นของอาหารไทย ไม่ได้เกิดจากสูตรอาหารเพียงอย่างเดียว แต่มีเคล็ดลับความอร่อยอันเกิดจากการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งผลิตต่าง ๆ ของไทย โดยเฉพาะสินค้า GI ที่ช่วยสร้างรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะให้กับแต่ละเมนู ตัวอย่างเช่น เมนูต้มยำกุ้ง สามารถเลือกใช้สินค้า GI กุ้งก้ามกรามบางแพ (ราชบุรี) ซึ่งมีเนื้อแน่นหวาน มีมันกุ้งมาก และไม่มีกลิ่นคาว หรือกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ ที่มีเนื้อเหนียวนุ่ม รสชาติหวานและไม่มีกลิ่นคาว เป็นวัตถุดิบหลัก ปรุงรสด้วยมะนาวเพชรบุรีที่ให้รสเปรี้ยวกลมกล่อมและกลิ่นหอมโดดเด่น เสริมรสเค็มเล็กน้อยด้วยเกลือสมุทรแม่กลอง (สมุทรสงคราม) และสำหรับเมนูต้มยำน้ำข้น ก็สามารถเลือกใช้กะทิที่คั้นจากมะพร้าวทับสะแก (ประจวบคีรีขันธ์) หรือมะพร้าวเกาะพะงัน (สุราษฎร์ธานี) ซึ่งล้วนเป็นสินค้า GI ที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะ ช่วยยกระดับรสชาติและสะท้อนเสน่ห์ของอาหารไทยได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ ยังมีเมนูยอดฮิตของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ อย่างข้าวเหนียวมะม่วง ที่สามารถเลือกใช้มะม่วง GI จากแหล่งผลิตต่าง ๆ เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า (สมุทรปราการ) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านแฮด (ขอนแก่น) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น (ชัยภูมิ) มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว ทานคู่กับข้าวเหนียวมูนที่ทำมาจากข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย ซึ่งมีจุดเด่นที่ความเหนียวนุ่มและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เพิ่มความหอมมันด้วยกะทิคั้นจากมะพร้าวทับสะแก (ประจวบคีรีขันธ์) หรือมะพร้าวเกาะพะงัน (สุราษฎร์ธานี) พร้อมเติมความหวานกลมกล่อมด้วยน้ำตาลโตนดเมืองเพชร (เพชรบุรี) ปรุงรสด้วยเกลือสมุทรแม่กลอง (สมุทรสงคราม) และแต่งกลิ่นหอมด้วยเตยหอมปทุม (ปทุมธานี) ซึ่งสินค้า GI จากแต่ละพื้นที่ล้วนมีรสชาติ กลิ่น หรือเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน จนเกิดเป็นอัตลักษณ์ความอร่อยแบบไทยที่ไม่อาจเลียนแบบได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรไทยและสร้างรายได้กลับสู่ผู้ประกอบการและชุมชนผู้ผลิตสินค้า

ทั้งนี้ นอกจากการใช้วัตถุดิบ GI ไทยยกระดับเมนูอาหารแล้ว อาหารไทยยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านระบบทรัพย์สินทางปัญญาได้อีกหลายรูปแบบ โดยหากผู้ประกอบการนำเมนูอาหารมาพัฒนาต่อยอดในทางอุตสาหกรรม จนเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ทั้งในด้านการยืดอายุการเก็บรักษา เพิ่มความสะดวกในการบริโภคและการขนส่ง รวมถึงช่วยคงคุณภาพ รสชาติ และเนื้อสัมผัสของอาหารได้ดียิ่งขึ้น ก็สามารถขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรได้ เช่น ข้าวเหนียวมะม่วงพร้อมรับประทานและกรรมวิธีการผลิต สูตรปอเปี๊ยะข้าวเหนียวมะม่วงและกรรมวิธีการผลิต ข้าวแต๋นกลิ่นรสข้าวเหนียวมะม่วงที่มีส่วนผสมของสารเมทิลเซลลูโลสและกรรมวิธีการผลิต เครื่องดื่มข้าวเหนียวมะม่วง กรรมวิธีการทำต้มยำแช่เยือกแข็งอบแห้งหรือต้มยำกึ่งสำเร็จรูป คุกกี้ต้มยำกุ้งรสสมุนไพร สิทธิบัตรเกี่ยวกับโครงสร้าง plant based meat ไอศกรีมที่ละลายช้าโดยใช้โปรตีนมาช่วยเสริมให้ทนความร้อน เป็นต้น สะท้อนให้เห็นว่าอาหารสามารถนำมาต่อยอดเป็นนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสทางการค้าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างเป็นรูปธรรม