เงินเฟ้อ มิ.ย.69 เพิ่ม 2.42% สูงขึ้น 3 เดือนติด มีสาเหตุจากน้ำมันทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ค่าโดยสารสาธารณะขยับ และอาหารสำเร็จรูปสูงขึ้นต่อเนื่อง เผย 7 เมนูที่สำรวจ ราคาเพิ่ม 5-10 บาท ขึ้นต่ำสุด 8.33% ขึ้นสุงสุด 33.33% รวมเงินเฟ้อ 6 เดือน เพิ่ม 1.08% คาดแนวโน้มไตรมาส 3 ยังขยับอีก ส่วนทั้งปีประเมิน 1.5-2.5% ต้องจับตาราคาน้ำมัน หากลดลง มีลุ้นปรับประมาณการใหม่
น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน มิ.ย.2569 เท่ากับ 102.85 เทียบกับเดือน มิ.ย.2568 เพิ่มขึ้น 2.42% สูงขึ้น เดือนติดต่อกัน 3 เดือน แต่เริ่มชะลอตัวลง โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อน จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง การปรับค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ค่าครองชีพในส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก และยอดรวม 6 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) เพิ่มขึ้น 1.08%
“เงินเฟ้อเดือนนี้ ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ค่าโดยสารสาธารณะที่เพิ่มขึ้น และยังมีอาหารสำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยผลสำรวจอาหารจานเดียว 7 เมนู ได้แก่ ข้าวผัด ผัดซีอิ้วและราดหน้า ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว และข้าวราดผัดกะเพรา ทั้งหมด 1,535 รายการ พบว่า เพิ่มขึ้น 438 รายการ หรือเพิ่มขึ้น 28.53% โดยเพิ่ม 5 บาท 182 รายการ เพิ่ม 10 บาท 244 รายการ และเพิ่มราคาต่ำสุด 8.33% จากราคาเดิม เช่น เดิม 60 บาท เพิ่มเป็น 65 บาท และเพิ่มสูงสุด 33.33% จากราคาเดิม เช่น ส้มต้มจาก 30 บาทเป็น 40 บาท หรือเพิ่มขึ้น 10 บาท”
สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อเดือน มิ.ย.2569 ที่เพิ่มขึ้น มาจากหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่ม 3.31% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าและบริการสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน) ค่าโดยสารสาธารณะ (ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่าโดยสารเครื่องบินต่างประเทศ ค่าโดยสารรถตู้ ค่าโดยสารรถประจำทางปรับอากาศ ค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง ค่าโดยสารรถเมล์เล็ก/รถสองแถว) ค่าเช่าบ้าน และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น ค่าบริการขนขยะ) ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาลดลง อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู ครีมนวดผม น้ำยาระงับกลิ่นกาย แป้งผัดหน้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า (คลีนซิ่ง)) และเสื้อผ้า (เสื้อผ้าสตรี กางเกงขายาวบุรุษ เสื้อยืดเด็ก)
ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.03% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) ข้าวสารเจ้า เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น)) ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน แตงโม องุ่น ฝรั่ง มะละกอสุก) อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ เนื้อสุกร ข้าวสารเหนียว และผักสด (ผักชี มะเขือเทศ พริกสด ขิง ผักคะน้า ผักบุ้ง ผักกาดขาว)
ทั้งนี้ เมื่อแยกเงินเฟ้อตามรายภาค พบว่า ภาคใต้สูงขึ้นสูงสุด 3.10% รองลงมา คือ ภาคกลาง 2.60% กรุงเทพฯ และปริมณฑล 2.26% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2.17% ภาคเหนือ 2.10%
ทางด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) เดือน มิ.ย.2569 สูงขึ้น 1.23% เร่งตัวขึ้นจากเดือน พ.ค.2569 ที่สูงขึ้น 0.92% รวม 6 เดือน ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.79%
น.ส.ณัฐิยากล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง อยู่ที่ 2.79% โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งการปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง แม้ว่าต้นทุนการผลิตบางประเภทจะเริ่มส่งสัญญาณราคาลดลง สะท้อนถึงภาวะค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นอย่างถาวร ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า และราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้าจากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน รวมทั้งมีความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่จะต้องติดตามว่าทำให้ฝนน้อยลงมากน้อยแค่ไหน
ขณะที่ปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย และราคาเนื้อสัตว์มีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานที่เข้าสู่ตลาดอย่างเพียงพอ รวมทั้งต้องติดตามดูสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก ที่มีแนวโน้มลดลง หลังมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังไม่แน่ใจว่าจะดีต่อเนื่องหรือไม่ ส่วนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ไม่มีผลต่อเงินเฟ้อ แต่มีผลต่อการเพิ่มกำลังซื้อประชาชน ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5–2.5% ค่ากลาง 2.0% มีปัจจัยสนับสนุนจากจีดีพี 1.5-25% น้ำมันดิบดูไบ 80-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 32-33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งต้องดูราคาน้ำมันต่อ หากลดลง จะมีการปรับคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีใหม่


