xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์”ผนึก “มหาดไทย” ลุยไทยช่วยไทย เฟส 2 ขายสินค้าถูก ณ ที่ว่าการอำเภอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พาณิชย์”ผนึกกำลัง “มหาดไทย” ลุยต่อโครงการ “ไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ” เพื่อลดภาระ ลดค่าครองชีพให้ประชาชน เฟส 2 เริ่มวันแรกศุกร์ 3 ก.ค.นี้ จากนั้นจัดศุกร์เว้นศุกร์จนถึงเดือน ก.ย.69 ขนสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ และแบรนด์ทางเลือก มาจำหน่ายในราคาถูกเหมือนเดิม พร้อมนำสินค้าชุมชน สินค้า SME มาร่วมจำหน่ายด้วย

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เห็นชอบร่วมกันในการเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ” เพื่อลดภาระ ลดค่าครองชีพให้ประชาชน เฟส 2 โดยจะเปิดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ณ ที่ว่าการอำเภอ ทุกวันศุกร์เว้นศุกร์ ระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย.2569 เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากโครงการเฟสแรก และส่งต่อสินค้าราคาถูกและช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

โดยสินค้าที่นำมาจำหน่าย ยังคงเป็นสินค้า House Brand จากห้างค้าส่ง-ค้าปลีกชั้นนำ อาทิ Makro, Lotus’s, Big C, Tops, GO Wholesale, CJ MORE พร้อมสินค้าแบรนด์ทางเลือกราคาโปรโมชันพิเศษมาให้เลือกซื้อกันแบบจุใจ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ โดยกำหนดวันชอปทั้งหมด 7 ครั้ง ได้แก่ ศุกร์ที่ 3, 17 และ 31 ก.ค.2569 ศุกร์ที่ 14 และ 28 ส.ค.2569 และศุกร์ที่ 11 และ 25 ก.ย.2569

“โครงการไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการชุมชน และจาก SME ในพื้นที่ให้มียอดขายและรายได้เพิ่ม กรมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านไปเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีในราคาประหยัด ณ ที่ว่าการอำเภอใกล้บ้าน ตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้น และที่สำคัญต้องขอขอบคุณกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และนายอำเภอทุกแห่งที่ให้ความสำคัญดำเนินการในเฟส 1 เป็นอย่างดี รวมถึงเฟส 2 ที่จะเริ่มวันศุกร์ที่ 3 ก.ค.2569 ที่จะถึงนี้”นายพูนพงษ์กล่าว

ก่อนหน้านี้ ได้มีการจัดโครงการ “ไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ” พร้อมกันทั่วประเทศไปแล้ว 5 ครั้ง โดยเริ่มเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2569 จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดทุกวันศุกร์ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย โดยใช้ที่ว่าการอำเภอ 878 ทั่วประเทศ เป็นพื้นที่จัดจำหน่ายสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นที่มีคุณภาพในราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการจากชุมชนในอำเภอนำสินค้ามาวางจำหน่ายในพื้นที่เดียวกัน

ทั้งนี้ ผลการดำเนินการ ปรากฎว่าได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียน โดยมียอดจำหน่ายรวมสูงถึง 135.40 ล้านบาท มีร้านค้าเข้าร่วมจำหน่ายสินค้า 51,491 ร้าน มีประชาชนเข้าร่วมเลือกซื้อสินค้ากว่า 1.08 ล้านคน ช่วยลดรายจ่ายและลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้มากถึง 29.62 ล้านบาท ส่วนสินค้าขายดีลำดับต้น ๆ ได้แก่ น้ำมันประกอบอาหาร ไข่ไก่ ไข่เป็ด ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ปรับผ้านุ่ม และน้ำตาล เป็นต้น