xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์”ดึงโรงงานซื้อมะพร้าวแกง 8.8 ล้านลูก พร้อมขอชะลอนำเข้า ให้ใช้ในประเทศก่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“โฆษกกระทรวงพาณิชย์” ชี้แจงปัญหาราคามะพร้าว เผยช่วงนี้ผลผลิตออกมาก มีขนาดเล็กจากภัยแล้ง ตลาดมะพร้าวหัวขูดไม่ต้องการ ทำให้ต้องเข้าสู่โรงงานเป็นหลัก แต่โรงงานมีกำลังผลิตจำกัด เกิดปัญหาตกค้าง ไม่ได้มีปัญหาจากการนำเข้า โดยการนำเข้าลดลงกว่า 60% เตรียมเข้าช่วยเหลือดึงโรงงานรับซื้อ 8.8 ล้านลูก และกำชับโรงงานชะลอนำเข้า ให้ซื้อผลผลิตในประเทศก่อน

นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศ ได้ประชุมหารือกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด โรงงานผลิตกะทิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าวแกง ที่ขณะนี้ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดการณ์ผลผลิตในปี 2569 มีปริมาณ 0.852 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จากปีก่อน และพบว่าปัจจุบันผลผลิตยังออกสู่ตลาด แต่ผลจากภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตมีขนาดเล็กลง ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดมะพร้าวหัวขูด และผลผลิตได้ไหลเข้าสู่โรงงานแปรรูป แต่โรงงานมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต เกิดปัญหาผลผลิตตกค้าง ล้งและโรงงานจึงชะลอการรับซื้อ ส่งผลกระทบต่อราคารับซื้อจากเกษตรกรปรับลดลงมาอยู่ที่ 6-7 บาทต่อลูก

สำหรับปัญหาที่เกษตรกรมีความกังวลว่ามีสาเหตุมาจากการนำเข้ามะพร้าวแกงของโรงงาน จากการตรวจสอบ พบว่า โรงงานกะทิใช้ผลผลิตมะพร้าวในประเทศเป็นวัตถุดิบหลักถึงร้อยละ 80 และนำเข้าแค่ร้อยละ 20 และในช่วงตั้งแต่ต้นปีที่ผลผลิตภายในประเทศออกมาก พบว่า การนำเข้ามะพร้าวในช่วง ม.ค-พ.ค.2569 มีปริมาณเพียง 79,388 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปริมาณการนำเข้าถึง 190,734 ตัน หรือลดลงร้อยละ 60

นายกรนิจกล่าวว่า เพื่อบรรเทาปัญหาราคามะพร้าวแกงตกต่ำ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศ ได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้ประกอบการโรงงานกะทิ โดยมีมาตรการสำคัญ คือ การขอความร่วมมือโรงงานเข้ารับซื้อมะพร้าวคงค้างที่ยังไม่มีผู้รับซื้อ จำนวน 8.8 ล้านลูกโดยเร่งด่วน แยกเป็นประจวบคีรีขันธ์ 5 ล้านลูก นครศรีธรรมราช 1.6 ล้านลูก สุราษฎร์ธานีและชุมพร 1 ล้านลูก และแหล่งอื่น ๆ 1.2 ล้านลูก และกรมการค้าต่างประเทศ ยังได้ประชุมผู้นำเข้าและโรงงานกะทิ ขอให้รับซื้อผลผลิตในประเทศเป็นลำดับแรกก่อน ซึ่งโรงงานยืนยันว่าจะเริ่มลดการนำเข้าและในช่วงนี้จะใช้มะพร้าวในประเทศเป็นหลัก

“กระทรวงพาณิชย์ คาดว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดผลผลิตตกค้างและช่วยให้ราคามะพร้าวทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และจะติดตามสถานการณ์รับซื้อและราคาอย่างใกล้ชิดต่อไป รวมทั้ง จะกำกับดูแลการนำเข้ามะพร้าวของโรงงานให้ไม่กระทบต่อผลผลิตในประเทศ การส่งเสริมผู้ประกอบการโรงงานกะทิของไทย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ให้สามารถขยายช่องทางการตลาดในตลาดเดิมและเพิ่มช่องทางการตลาดในตลาดใหม่ และที่สำคัญคือ การยกระดับการผลิตของเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนให้ผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานสากล มีผลผลิตต่อเนื่อง และตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลกได้”นายกรนิจกล่าว