xs
xsm
sm
md
lg

ยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญา 5 เดือน ปี 69 จำนวน 31,917 คำขอ เพิ่ม 8.72%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาช่วง 5 เดือน ปี 69 มีจำนวน 31,917 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.72% และรับจด 24,576 ฉบับ/รายการ เพิ่มขึ้น 11.16% ส่วนลิขสิทธิ์ ที่ได้รับการคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ มีการแจ้งข้อมูล 7,214 รายการ เพิ่มขึ้น 18.13% ชี้เป็นผลจากความตื่นตัวของนักวิจัย ผู้ประกอบการ ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-พ.ค.) การยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย (เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์) มีจำนวน 31,917 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.72% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่มี 29,357 คำขอ และมีการรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญารวม 24,576 ฉบับ/รายการ เพิ่มขึ้น 11.16% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่รับจด 22,109 ฉบับ/รายการ ส่วนลิขสิทธิ์ ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทเดียวที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่เจ้าของผลงานสามารถยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ได้ โดยมีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 7,214 รายการ เพิ่มขึ้น 18.13% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่มี 6,107 รายการ

สำหรับรายละเอียดคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภท ในช่วง 5 เดือน ปี 2569 มีดังนี้ 1.เครื่องหมายการค้า มีการยื่นคำขอ 23,397 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่มี 21,736 คำขอ โดยกลุ่มสินค้า บริการที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ 2,893 คำขอ สะท้อนเทรนด์การค้าที่มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น 2.บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด 2,647 คำขอ 3.ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 2,509 คำขอ 4.เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1,855 คำขอ และ 5.ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช ธัญพืช เครื่องปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร 1,607 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 55% และต่างชาติ 45% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท ฟ็อกซ์ ฟอร์มูเลท จำกัด 163 คำขอ 2.บริษัท ไดมิเทค (ประเทศไทย) จำกัด 146 คำขอ 3.บริษัท บอร์น อโกรไซเอนซ์ จำกัด 140 คำขอ 4.บริษัท เอสทีม อินเตอร์เทรด จำกัด 80 คำขอ ซึ่งทั้ง 4 อันดับแรกล้วนเป็นบริษัทด้านเคมีเกษตรครบวงจรของไทย และ 5.บริษัท คอสมี่ จำกัด ในธุรกิจเครื่องมือแพทย์ของไทย 59 คำขอ ทั้งนี้ มีการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า อยู่ที่ 18,040 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 4.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่รับจด 17,309 เครื่องหมาย

2.สิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีการยื่นคำขอ 3,662 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่มี 3,391 คำขอ กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยาเคมีสังเคราะห์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ 442 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมด้านสุขภาพยังคงเป็นสาขาสำคัญที่มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง 2.นวัตกรรมด้านการสื่อสาร เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ–ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ 295 คำขอ 3.นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ 148 คำขอ 4.อุตสาหกรรมแมคโครโมเลกุล เช่น พลาสติก เรซิน 87 คำขอ และ 5.อาหารและเครื่องดื่ม 80 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 14% และต่างชาติ 86% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นผู้ยื่นต่างชาติทั้งหมด ได้แก่ 1. บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด จากสหรัฐอเมริกา และ 2.บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา จากญี่ปุ่น มีจำนวน 126 คำขอ เท่ากัน 3.บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 71 คำขอ 4.บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น ขยับขึ้นมาจากอันดับ 5 โดยมี 56 คำขอ และ 5.บริษัท ซินเจนต้า ครอป โพรเท็คชั่น เอจี จากสวิตเซอร์แลนด์ ลงมาจากอันดับ 4 โดยมี 54 คำขอ ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ อยู่ที่ 2,406 ฉบับ เพิ่มขึ้น 18.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่รับจด 2,022 ฉบับ

3.อนุสิทธิบัตร มีการยื่นคำขอ 2,244 คำขอ เพิ่มขึ้น 16.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่มี 1,923 คำขอ กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อาหารและเครื่องดื่ม ครองอันดับ 1 แบบทิ้งห่างที่ 240 คำขอ 2.ยาสมุนไพร 122 คำขอ สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ 3.ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ 113 คำขอ 4.อุปกรณ์ทางการแพทย์ 79 คำขอ และ 5.เทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับแอนติบอดีเอนไซม์ 52 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 94% และต่างชาติ 6% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 83 คำขอ 2.มหาวิทยาลัยบูรพา และ 3.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 54 คำขอเท่ากัน 4.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 53 คำขอ และ 5.มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 42 คำขอเท่ากัน ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร อยู่ที่ 1,152 ฉบับ เพิ่มขึ้น 49.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่รับจด 773 ฉบับ

4.สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีการยื่นคำขอ 2,614 คำขอ เพิ่มขึ้น 13.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่มี 2,307 คำขอ แบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ลวดลายผ้า 284 คำขอ 2.บรรจุภัณฑ์ 248 คำขอ 3.รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 209 คำขอ 4.เครื่องประดับ 195 คำขอ และ 5.อุปกรณ์ก่อสร้าง 149 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 62% และต่างชาติ 38% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 59 คำขอ 2.มหาวิทยาลัยบูรพา 57 คำขอ 3.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 53 คำขอ 4.บริษัท บีอีจีเอ กันเทนบริงค์-ลอยช์เทน เคจี ในธุรกิจอุปกรณ์ให้แสงสว่างจากเยอรมนี 49 คำขอ และ 5.บริษัท แอปเปิล อิงค์. จากสหรัฐอเมริกา 25 คำขอ ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ อยู่ที่ 2,978 ฉบับ เพิ่มขึ้น 48.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่รับจด 2,005 ฉบับ

5.ลิขสิทธิ์ มีการยื่นแจ้งข้อมูล 7,214 ผลงาน เพิ่มขึ้น 18.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่มี 6,107 ผลงาน ผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.วรรณกรรม เช่น งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 2,971 ผลงาน 2.ศิลปกรรม เช่น งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ 2,093 ผลงาน 3.ดนตรีกรรม 1,624 ผลงาน 4.โสตทัศนวัสดุ 313 ผลงาน และ 5.สิ่งบันทึกเสียง 76 ผลงาน สัดส่วนผู้ยื่นแจ้งข้อมูลผลงานลิขสิทธิ์ คนไทย 99% และต่างชาติ 1% สำหรับผู้ยื่นแจ้งข้อมูลมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยมหิดล 142 ผลงาน 2.มหาวิทยาลัยทักษิณ 129 ผลงาน 3.มหาวิทยาลัยขอนแก่น 94 ผลงาน 4.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 66 ผลงาน และ 5.บริษัท ยอวานี จำกัด ของไทย 61 ผลงาน ทั้งนี้ ลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด อย่างไรก็ดี กรมจะเดินหน้าส่งเสริมให้ศิลปินนักสร้างสรรค์เห็นความสำคัญของการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรม เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น

“จากสถิติในช่วง 5 เดือนของปี 2569 จะเห็นได้ว่าจำนวนคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในภาพรวมยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการตื่นตัวของผู้ประกอบการ นักวิจัย และนักสร้างสรรค์ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น โดยในเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นสินทรัพย์สำคัญที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ โดยกรมจะเดินหน้ายกระดับบริการด้านการจดทะเบียนและการคุ้มครองสิทธิอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการนำผลงานวิจัย นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”นางอรมนกล่าว