กรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดอบรม “GI Next Generation : เปิดตลาด GI สร้างโอกาสถึงแดนมังกร & แดนปลาดิบ” ติวเข้มผู้ประกอบการสินค้า GI ไทย เรียนรู้กฎระเบียบการค้า การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ มาตรฐานสินค้า การทำตลาด เพื่อบุกเจาะตลาดจีนและญี่ปุ่น
นายวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้เป็นประธานเปิดการอบรม “GI Next Generation : เปิดตลาด GI สร้างโอกาสถึงแดนมังกร & แดนปลาดิบ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเชิงรุกของกรมที่มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการสินค้า GI ไทยให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลก โดยมุ่งเสริมองค์ความรู้ทั้งด้านการตลาด มาตรฐานสินค้า และการส่งออกสินค้า GI ในตลาดเป้าหมาย โดยจีนและญี่ปุ่นถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพ มีกำลังซื้อของผู้บริโภคในระดับสูง และให้ความสำคัญกับคุณภาพและเรื่องราวของสินค้าเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสอดคล้องกับจุดเด่นของสินค้า GI จึงเป็นโอกาสที่เอื้อต่อการนำจุดแข็งดังกล่าวมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มและผลักดันสินค้า GI ไทยสู่ตลาดโลก
สำหรับการดำเนินงานดังกล่าว สอดรับกับนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SME และชุมชน โดยใช้ GI เป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ควบคู่กับการส่งเสริมการตลาดเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย และมุ่งเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรผ่านการยกระดับสินค้า GI ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรที่มีคุณภาพ มีความเชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิด และมีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นที่ยากจะเลียนแบบ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคยินดีซื้อสินค้าในราคาที่สูงขึ้นเพื่อแลกกับคุณค่าและความแตกต่างของสินค้า
โดยในการอบรมในครั้งนี้ กรมได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ อาทิ ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ดร.ณภัค วรจิรปัญชญา นายกสมาคมนักธุรกิจอาเซียน ดร.บัญญัติ บุญญา ประธานสมาคมนักธุรกิจอาเซียน คุณณัฐา เขียวสง่า เลขาธิการสมาคมนักธุรกิจอาเซียน ผศ.ดร.อิทธิกร ขำเดช ผู้พิพากษาสมทบศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง และคุณอรไท เล็กสกุลชัย ล่ามและนักแปรอิสระภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ และจีน (อดีตข้าราชการกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ) มาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ ทั้งในด้านการเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานสินค้า ข้อกำหนดและกฎระเบียบทางการค้าที่สำคัญ การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โอกาสและเทรนด์สินค้าในตลาดพรีเมียม ตลอดจนการวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ให้แก่ผู้ประกอบการ GI กว่า 50 รายจากทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจและขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยยกระดับสินค้า GI ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากลอย่างเป็นรูปธรรม
“การอบรม GI Next Generation ในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยยกระดับศักยภาพด้านการตลาดและการส่งออกสินค้า GI แล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือให้กับผู้ประกอบการ GI ทั่วประเทศ เสริมความเข้มแข็งให้การดำเนินธุรกิจ และผลักดันให้สินค้า GI ไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน ซึ่งกรมจะเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาสินค้า GI อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการควบคุมคุณภาพ การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อให้สินค้า GI ไทยคงไว้ซึ่งมาตรฐานและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นที่เป็นจุดเด่น สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดสินค้า GI สู่ระดับพรีเมียมต่อไป”นายวิโรจน์กล่าว
ปัจจุบันไทยมีสินค้า GI 256 รายการ สร้างมูลค่าการตลาดกว่า 115,979 ล้านบาท โดยมีสินค้าที่จัดทำระบบควบคุมคุณภาพแล้ว 212 รายการ หรือคิดเป็น 82.8% ของสินค้า GI ไทยทั้งหมด และมีผู้ประกอบการที่ทำระบบผ่านเกณฑ์คุณภาพและได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทยทั้งสิ้น 17,983 ราย สะท้อนความเข้มแข็งของระบบการพัฒนาและคุ้มครองสินค้า GI ของไทย และศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดสากลได้ในระยะยาว


