xs
xsm
sm
md
lg

“ZEN GROUP” ยก “เขียง” บุกเอเชีย ขายแฟรนไชส์กะเพราฮิตเสิร์ฟโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน 360 – “ZEN GROUP” เดินหน้ารุกแฟรนไชส์ต่างประเทศเต็มเหนี่ยว ชี้สร้างโอกาสตลาดใหม่ๆ หลังพบการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชส์ในเครือช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเฉลี่ย 10% ต่อปีต่อเนื่อง พาเหรดหลายแบรนด์ลุย ดันแบรนด์ “เขียง” หัวหอกหลัก สยายปีกตลาดเอเชีย นำเมนูกะเพราเสิร์ฟต่างชาติ ปักธงตลาดลาว


นายศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์ Zen Group เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจแฟรนไชส์ของเซ็นกรุ๊ป มีการเติบโตอย่างดีโดยเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี โดยรวมทุกแบรนด์ที่ขายแฟรนไชส์รวมกัน แต่อย่างไรก็ตาม ปีนี้ทางบริษัทมีการปรับกลยุทธ์การรุกตลาดแฟรนไชส์ โดยจะมุ่งเน้นไปตลาดต่างประเทศมากขึ้น เป็นการสร้างโอกาสและแสวงหาโอกาสใหม่ ตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 30% ภายใน 3 ปีข้างหน้า

เขาให้เหตุผลว่า การทำธุรกิจต้องเผชิญกับปัจจัยลบต่างๆทุกปี ไม่มีปีไหนที่เหตุการณ์จะปกติ ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วมใหญ่ทุกปี โควิดที่รุนแรงอย่างมาก ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เชิงลบจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจทุกครั้ง ซึ่งปีที่แล้วก็เจอแผ่นดินไหว ตลาดนักท่องเที่ยวก็หายไปมาก เจอปัญหาภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ และยังเกิดรอยต่อช่วงเปลี่ยนรัฐบาลอีก

“ปีนี้ ก็มีเรื่องสงครามเล็ก(ไทยกับกัมพูชา) และยังมาเจอ สงครามใหญ่อีก (สงครามตะวันออกกลาง) น้ำมันก็ขึ้นราคาอย่างมาก กำลังซื้อในตลาดลดลงไปมาก แต่เราก็ต้องปรับตัว หาทางแก้ไข ซึ่งหน้าที่ของทุกแบรนด์ก็คือ ต้องหาโอกาสในการขาย ไม่ทำทุกอย่างเหมือนในอดีต เมื่อสภาพการณ์เปลี่ยนไป เราต้่องเลือกทำในตลาดบลูโอเชียน แม้ว่าจะมีความเสี่ยงมาก แต่ก็มีโอกาสมากถ้าทำได้” นายศิรุวัฒน์ กล่าว


สิ่งนี้คือต้นตอที่ทำให้เซ็น ปรับแนวทางปีนี้ วางแผนเรื่องแฟรนไชส์และการทำตลาดรูปแบบใหม่ๆกับร้านอาหารในเครือ โดยเฉพาะ แบรนด์ “เขียง”

ในส่วนของแฟรนไชส์ต่างประเทศนั้น เขามองว่า ความนิยมตลาดอาหารไทยทั่วโลกยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องและมากขึ้นในหลายปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมอาหารไทยในเอเชียมีมูลค่ามากกว่า 7 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 7 %-9% ต่อปี และเมนูกะเพราราดข้าวของไทยก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เลื่องชื่อไม่แพ้ ส้มตำ ต้มยำกุ้ง ข้าวเหนียวมะม่วง

โดยภูมิภาคเอเชียเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของอาหารไทยที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากรสชาติอาหารไทยเป็นที่คุ้นเคยของผู้บริโภค การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการเปิดกว้างของทางเศรษฐกิจของหลายประเทศในภูมิภาค

“ อาหารไทยจึงเป็น ซอฟท์ เพาเวอร์ ที่ทรงพลังของไทย ด้วยเอกลักษณ์ด้านรสชาติ ความหลากหลายของเมนู และวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่มีเสน่ห์” นายศิรุวัฒน์ กล่าว

“แผนของเราตอนนี้ก็ยังเดินหน้าขยายแฟรนไชส์อยู่ และก็เริ่มไปต่างประเทศมากขึ้น เพราะถ้าเปิดร้านในไทยเพื่อรอนักท่องเที่ยวอย่างเดียว ก็อาจเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เขาไม่มาได้ เราเลยเปลี่ยนแผนพาตัวเองไปบุกหาเขาดีกว่า และไปแบบแฟรนไชส์ เพราะแม้จะได้กำไรน้อยหน่อย แต่เราไม่ต้องลงทุนเอง” ศิรุวัฒน์ย้ำถึงแนวคิดของเซ็น กรุ๊ป ที่ตั้งเป้าไว้ว่าธุรกิจแฟรนไชส์จะเติบโตอีก 30% ในอีก 3 ปีข้างหน้า จากแผนการขายแฟรนไชส์ไปต่างประเทศ


แบรนด์หลักๆที่เซ็นกรุ๊ป จะบุกแฟรนไชส์ในต่างประเทศมีหลายแบรนด์ เช่น เขียง ที่เป็นพระเอกแบรนด์หลัก นอกนั้นก็มี ZEN, ออนเดอะเทเบิ้ล, ตำมั่ว และ ลาวญวน เป็นต้น ซึ่งปัจจุบัน เซ็น กรุ๊ป มีร้านอาหารที่เป็นแฟรนไชส์รวมมากกว่า 163 สาขาแล้ว ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งธุรกิจแฟรนไชส์สร้างรายได้ให้บริษัทเป็นสัดส่วนประมาณ 4.8% จากรายได้รวม 3,979 ล้านบาท (ลดลง 3% YoY) เมื่อปีที่แล้วซึ่งเป็นสัดส่วนที่เท่าๆ กับปี 2567

เขียง เป็นแบรนด์ร้านอาหารสตรีทฟู้ด ที่นำเสนอเมนูเด่นคือ กะเพรา ที่เป็นที่นิยมชมชอบของชาวต่างชาติมากขึ้น ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะตลาดประเทศลาว ซึ่งในวันที่ 27 เมษายน 2569 เซ็นกรุ๊ป เตรียมเปิดสาขาแฟรนไชส์ในลาว รวม4 แบรนด์คือ เขียง ลาวญวน On the table และ Zen ที่โครงการเมกะมอลล์ ในเวียงจันทน์

สำหรับผู้ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ในลาวนั้น คือ บริษัท Grandview Property ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Kolao Group จัดพิธีลงนามสัญญาธุรกิจแฟรนไชส์กับ บริษัท KoLao ผู้นำธุรกิจใน ลาว เป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ มีธุรกิจหลากหลาย เช่น เป็นเจ้าของศูนย์การค้า Mega Mallและคอนวีเนียนสโตร์ชื่อ KokKok Mart และมีธุรกิจอื่นอีก เช่น ดีลเลอร์รถยนต์ BMW ธนาคารอินโดไชน่า ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้เปิดร้านเขียงไปแล้ว 5 สาขา (โดยเซ็นสัญญาร้านเขียงเบื้องต้นรวม 10 สาขา)

ส่วนแบรนด์อื่นที่กลุ่มนี้รับสิทธิ์มีการเซ็นสัญญาเบื้องต้นไว้คือ Zen, ร้าน On the Table และร้านลาวญวน ไว้แบรนด์ละ 3 สาขา ซึ่งจะทยอยเปิดให้ครบภายใน 2 ปีนี้ เริ่มตั้งแต่ปีนี้


ทั้งนี้ เซ็น กรุ๊ป เริ่มบุกตลาดลาวครั้งแรกในปี2556 ด้วยการเปิดร้าน “ตำมั่ว” สาขาเวียงจันทน์ ณ โรงแรมซีซั่น ริเวอร์ไซด์ ร่วมกับนักธุรกิจชั้นนำชาวลาว ก่อนต่อยอดสู่ความร่วมมือกับ KoLao และลงนามสัญญาแฟรนไชส์ร้าน “เขียง” รวม 10 สาขา ซึ่งได้ทยอยเปิดให้บริการแล้ว อาทิ สาขาหนองบอน (16 กันยายน 2567), สาขาสีวิไล (29 พฤศจิกายน 2567), สาขาโพนสีนวน (10 ธันวาคม 2567) และสาขาเมืองน้อย (25 กุมภาพันธ์ 2568)
ส่วนที่มาเลเซียและฟิลิปปินส์ ก็ได้มีกลุ่มทุนเซ็นสัญญาซื้อแฟรนไชส์ร้านเขียงกันไปแล้วรายละ 5 สาขา ซึ่งเริ่มมีการทยอยเปิดสาขากันแล้ว โดยที่ฟิลิปปินส์เปิดไปแล้ว 3 สาขา ปีนี้จะเปิดอีก 2 สาขา ส่วนที่มาเลเซียเปิดแล้ว 2 สาขา ปีนี้จะเปิดอีก 3 สาขา ส่วนที่ญี่ปุ่นก็มีแฟรนไชส์เปิดร้านเขียงแล้ว1 สาขา

ส่วนตลาดที่ไทยมีร้านเขียงมากกว่า 40 สาขาแล้ว และก็ยังมีการขยายต่อเนื่อง ล่าสุดกับดีลสำคัญในการเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่เปิดบริการร้านเขียงเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมาโดยมี CHAW Management เป็นผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ในสนามบินสุวรรณภูมิ

อย่างไรก็ตาม ในพอร์ตโฟลิโอรวมแบรนด์ร้านอาหารไทยที่พร้อมเติบโตในตลาดต่างประเทศแบบแฟรนไชส์ ก็มีหลายแบรนด์เช่น เดอ ตำมั่ว เป็นแบรนด์อาหารไทยที่ครบเครื่องทั้งรสชาติและวัตถุดิบ ในรูปแบบร่วมสมัย ปัจจุบันเปิดบริการ 2 สาขาที่ เทอร์มินับ21พัทยา และที่เซ็นทรัลสมุย, แบรนด์ตำมั่ว ร้านอาหารไทยอีสานเชี่ยวชาญเมนูส้มตำ ปัจจุบันมีเครือข่าย 65 สาขาในไทย และ 1 สาขาในลาว, แบรนด์ลาวญวน เป็นอาหารลุ่มน้ำโขง ผ่านการผสมผสานอาหารไทย ลาว เวียดนาม ปัจจุบันมี 30 สาขาในไทย และ 1 สาขาในลาว

สำหรับผลประกอบการของ เซ็น กรุ๊ป ปี2568 มีรายได้รวม 3,979 ล้านบาท ลดลง 3% จากปี 2567 ที่มีรายได้รวม 4,092 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิปี2568 ทำได้ 46 ล้านบาท ลดลง 19% จากปี2567 ที่ทำได้ 57 ล้านบาท มีมาร์จิ้นอยู่ที่ 39.1%

ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 (วันที่ 31 ธันวาคม 2568) เซ็น กรุ๊ป มีร้านอาหารทุกแบรนด์รวมกันทั้งหมด 296 สาขา แบ่งออกเป็น สาขาที่บริษัทลงทุนเอง (Equity) 160 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ (Franchise) 136 สาขา (ในประเทศ 123 สาขา และต่างประเทศ 13 สาขา)