ชาวนาบุกพาณิชย์ ยื่นข้อเรียกร้อง “ศุภจี” ช่วยดูแลราคาน้ำมันภาคเกษตรกรรมด่วน พร้อมหารือกรมการค้าภายใน เรียกร้องช่วยเหลือข้าวนาปรังที่กำลังออกสู่ตลาด ได้คำตอบจัดโครงการดูดซับข้าวเปลือก 1 ล้านตัน และเปิดตลาดนัดข้าวเปลือก พร้อมช่วยลดราคาซื้อปุ๋ย
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ เรื่องขอให้พิจารณาสั่งการแก้ไขวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคเกษตรกรรมเป็นการเร่งด่วน และได้ประชุมหารือกับนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร หลังได้รับร้องเรียนเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากผลการหารือได้ข้อสรุปว่ากระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการจัดตั้งจุดรับซื้อข้าวตามข้อเรียกร้องของสมาคมฯ โดยจะเริ่มดำเนินการผ่านโรงสีที่เข้าร่วมโครงการและสหกรณ์การเกษตร พื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ อยุธยา, พิจิตร, นครสวรรค์, กำแพงเพชร และสุโขทัย และเตรียมขยายจุดรับซื้อไปยังสุพรรณบุรี, นครปฐม และอ่างทอง ตั้งเป้าไว้ที่ 1 ล้านตัน ให้ราคาสูงกว่าตลาดตันละ 300 บาท และยังจะจัดตลาดนัดข้าวเปลือก รับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา โดยให้ราคาสูงกว่าราคาตลาด 200-400 บาท ผ่านจุดรับซื้อที่กำหนด เริ่มตั้งแต่สิ้นเดือน มี.ค.นี้
สำหรับการดูแลราคาปุ๋ยที่พุ่งสูงถึงกระสอบละ 1,200 บาท กรมการค้าภายในยืนยันจะเข้มงวดการตรึงราคาไว้ตามกำหนดเดิม และเตรียมเปิดตัวโครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จำหน่ายปุ๋ยราคาถูกให้ครัวเรือนละ 5 กระสอบ เช่น จากราคากระสอบละ 500 บาท จะลดเหลือ 300 บาท ซึ่งสมาคมฯ ได้มีข้อเสนอขอขยายสิทธิ์เพิ่มเป็น 10 กระสอบต่อครัวเรือน ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณา
ส่วนประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ เรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง สมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงพลังงานและนายกรัฐมนตรี และขอให้กระทรวงพาณิชย์เป็นตัวแทนในการประสานงานและเร่งหามาตรการช่วยเหลือ เพราะหากภาครัฐไม่มีมาตรการที่ชัดเจนหรือไม่ให้ความสำคัญ เกษตรกรในหลายจังหวัดอาจจำเป็นต้องยกระดับการเคลื่อนไหวหรือมีการรวมตัวประท้วง เนื่องจากเป็นความอัดอั้นตันใจจากภาระหนี้สินและต้นทุนที่แบกรับไม่ไหว


