รถไฟไทย-จีน เฟส 1 คืบหน้า 52% ติดหล่มปัญหา "เวนคืน ปรับแบบ มรดกโลก" สัญญา 2.3 งานติดตั้งระบบไฟฟ้ากว่า 5 หมื่นล้านบาท สิ้นสุด เม.ย. 69 แต่ยังไม่ส่งมอบพื้นที่ จีนเสนอขยายสัญญา 45 เดือน ปิดจ็อบ ม.ค. 73 รฟท.เจรจาปรับเงื่อนไขทยอยส่งมอบพื้นที่
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และรักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า การก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุน 179,412.21 ล้านบาท ความคืบหน้าล่าสุด ณ สิ้นเดือนก.พ. 2569 งานโยธามีผลงานประมาณ 52% ภาพรวมการก่อสร้างงานยังมีความล่าช้าและยังมีปัญหาอุปสรรคเรื่องการส่งมอบพื้นที่ ซึ่งจะเร่งดูรายละเอียดเรื่องนี้เพื่อหาทางแก้ปัญหาและกำหนดตารางเวลาการดำเนินงานของแต่ละสัญญาให้ชัดเจน โดยขณะนี้ยังคงเป้าหมายแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2573
ส่วนสัญญา 2.3 (งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร) ที่ได้เริ่มงานออกแบบขบวนรถไฟแล้วอยู่ในขั้นตอนการตรวจแบบ แต่ในภาพรวมถือว่ามีความล่าช้า เพราะงานส่วนที่ 2 คืองานติดตั้งระบบไฟฟ้า อาณัติสัญญาณนั้น ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้เข้าดำเนินงานได้เนื่องจากงานโยธายังไม่เสร็จ ขณะที่ระยะเวลาสัญญาใกล้จะสิ้นสุด โดย รฟท.อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อปรับแผนงานใหม่กับทางจีน ซึ่งจะมีการขยายกรอบระยะเวลาสัญญาออกไปเพื่อให้สอดคล้องกับงานโยธาที่จะแล้วเสร็จ รวมถึงเจรจาขอปรับเงื่อนไขการส่งมอบพื้นที่ จากเดิมที่ให้ส่งมอบทั้งหมดพร้อมกัน แต่เนื่องจากงานโยธาที่มี 14 สัญญาแล้วเสร็จไม่พร้อมกัน จึงจะเจรจาขอปรับแผนเป็นการส่งมอบพื้นที่ที่งานโยธาแล้วเสร็จเพื่อให้เริ่มทยอยเข้าติดตั้งงานระบบไฟฟ้า ซึ่ง รฟท.จะต้องทำแผนงานก่อสร้างงานโยธาและกำหนดแล้วเสร็จที่ชัดเจน ขณะที่ทางสัญญา 2.3 แสดงความจริงใจที่จะร่วมมือเพื่อผลักดันให้โครงการแล้วเสร็จโดยเร็ว
@ จ่อชง ครม.เคลียร์ 3 สัญญา ค่าก่อสร้างส่อบานเกินกรอบวงเงิน
นายอนันต์กล่าวว่า ขณะนี้งานก่อสร้าง โครงการรถไฟไทย-จีน มีประเด็นที่รอเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณา 3 สัญญาได้แก่ สัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ระยะทาง 12.38 กม. วงเงิน 7,750 ล้านบาท มีประเด็นการปรับรูปแบบการก่อสร้างบริเวณโคกกรวด -บ้านใหม่ จากทางวิ่งระดับดินระยะทาง 7.8 กม. เป็นทางวิ่งยกระดับตามการเรียกร้องของชาวจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น 2,052.09 ล้านบาท ซึ่งบอร์ด รฟท.เห็นชอบแล้วตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. 2567 และต้องนำเสนอ ครม.
สัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. กรอบวงเงินเดิมอยู่ที่ 11,801 ล้านบาท จากที่มีการดำเนินการเรื่องมรดกโลกตามข้อแนะนำของยูเนสโก ทำให้ผู้รับเหมาที่ชนะประมูลไม่ยืนราคา รฟท.ต้องเปิดประมูลหาผู้รับจ้างใหม่ โดยอยู่ระหว่างปรับแบบสถานีอยุธยาให้สอดคล้องกับแนวทาง HIA และความเห็นของกรมศิลปากร รวมทั้งทำแบบทางวิ่ง โดยจะแยกปริมาณงานให้มีความชัดเจนให้สะดวกในการก่อสร้าง และมีแผนงานในการขุดเจาะสำรวจโบราณสถานก่อนเริ่มก่อสร้าง
ซขณะนี้จัดทำร่าง TOR แล้วเป็นการประมูล 1 สัญญา คาดว่าจะใช้เวลาในการปรับแบบประมาณ 2 เดือน และเปิดประมูลภายในเดือน มิ.ย. 2569 กระบวนการประมูลใช้เวลาประมาณ 4 เดือนได้ตัวผู้รับจ้างก่อสร้าง ภาพรวมสถานี ปรับให้มีขนาดเล็กลง คาดว่าจะไม่กระทบต่อกรอบวงเงินเดิม แต่ยังมีปัจจัยเรื่องต้นทุนราคาวัสดุ น้ำมัน ปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ หากมีประเด็นเปลี่ยนแปลงแล้วกระทบกรอบวงเงินรวมของโครงการรถไฟไทย-จีน จำเป็นต้องเสนอบอร์ด รฟท. รมว.คมนาคม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณา ตั้งเป้าให้เริ่มก่อสร้างภายในปี 2569
สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. มีประเด็นโครงสร้างรวมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภุมิ-อู่ตะเภา) ที่ยังต้องรอข้อสรุปแก้สัญญาสัมปทานของคู่สัญญาบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หรือ ซี.พี. และนำเสนอ ครม. เนื่องจาก รฟท.ได้ให้เอกชนดำเนินการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างร่วม
ส่วนสัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด ที่มีประเด็นเครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถไฟ ปัจจุบันยังมีคำสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงานต่อไปในระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องการบอกเลิกสัญญา ยังรอคำตอบจากสำนักงานอัยการสูงสุด
@ จีนเสนอขยายสัญญา 2.3 วางรางติดตั้งระบบอีก 45 เดือน
รายงานข่าวแจ้งว่า งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร (สัญญา 2.3) วงเงิน 50,633.5 ล้านบาท มีบริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล (China Railway International Co., Ltd.) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชัน (China Railway Design Corporation) รัฐวิสาหกิจของจีน ดำเนินการลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2563 มีระยะเวลาดำเนินงาน 64 เดือน สัญญาสิ้นสุด วันที่ 22 เม.ย. 2569 ปัจจุบันงานคืบหน้าเพียง 1.18%
โดยเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2563 ออก NTP เริ่มส่วนแรก งานออกแบบระบบและขบวนรถไฟ ส่วนที่2 งานติดตั้งระบบไฟฟ้า อาณัติสัญญาณ ระบบสื่อสาร ยังไม่สามารถออก NTP ได้ เนื่องจากการก่อสร้างงานโยธาล่าช้า ทำให้รฟท.ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ตามแผนงาน ล่าสุดทางฝ่ายจีนเสนอขอขยายระยะเวลาก่อสร้างในสัญญา 2.3 ออกไปอีก 45 เดือน โดยจะไปแล้วเสร็จในเดือน ม.ค. 2573
ปัจจุบันงานโยธาคืบหน้า 52% ล่าช้ากว่าแผน 28.26% ขณะที่กรอบวงเงินค่าก่อสร้าง งานโยธา รถไฟไทย-จีน คงเหลือ 10,863 ล้านบาท กรณีค่าก่อสร้างสัญญา 3-5 เพิ่มขึ้น 2,052.09 ล้านบาท จะทำให้กรอบวงเงินงานโยธาเหลือ 8,810.91 ล้านบาท ยังมี งานสัญญา สัญญา 4-5 ที่มีการปรับแบบสถานีอยุธยา และเปิดประมูลใหม่งานสัญญาที่ 3-4 กรณีเครนหล่น หากยกเลิกสัญญากับ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ต้องเปิดประมูลใหม่ รวมถึงการขยายระยะเวลาก่อสร้างสัญญา 2.3 ที่จะส่งผลกระทบทำให้ค่าก่อสร้างเพิ่มจากเดิม และอาจจำเป็นต้องปรับเพิ่มค่าจ้างที่ปรึกษาหากมีการขยายระยะเวลาสัญญาออกไปด้วย


