xs
xsm
sm
md
lg

กรมพัฒน์ถกบิ๊กส่งออก ขอศึกษาโมเดลธุรกิจ นำแก้มะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหารือฮาร์มเลส ฮาร์เวสท์ ผู้ผลิตและส่งออกมะพร้าวน้ำหอมและแปรรูปรายใหญ่ ศึกษาโมเดลธุรกิจ นำแนะนำผู้ประกอบการรายอื่น รวมถึงสินค้าผลไม้อื่น ๆ เพื่อช่วยยกระดับราคามะพร้าวน้ำหอม และช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมชู 4 มาตรการแก้ปัญหาระยะยาว

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์พาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรเป็นอย่างมาก กรมจึงได้ลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร หารือกับบริษัท ฮาร์มเลส ฮาร์เวสท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิกชั้นนำ และธุรกิจแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่ของโลก เพื่อทราบถึงสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ และจะจำลองโมเดลการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการส่งออกมาตรฐานระดับสากลมาปรับใช้เป็นต้นแบบแก่ผู้ประกอบการมะพร้าวน้ำหอมและผู้ประกอบการผลไม้รายอื่น ๆ

ทั้งนี้ จากการหารือ พบว่า บริษัทดังกล่าว ได้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตน้ำมะพร้าวน้ำหอมบรรจุขวด ตั้งแต่ปี 2556 เพื่อส่งออกไปสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทสามารถรับซื้อผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมได้สูงสุดถึงวันละ 6 แสนลูก และยังได้พิจารณาถึงแนวทางความร่วมมือเพื่อยกระดับมูลค่าเพิ่มมะพร้าวน้ำหอมไทย เพื่อแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนอย่างยั่งยืน รวมทั้งศึกษาโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมะพร้าวน้ำหอมไทย จนสามารถครองตลาดระดับพรีเมียมในต่างประเทศได้ โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป


สำหรับแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ เห็นตรงกันว่า นอกจากการขายผลสดแล้ว ต้องมีการแปรรูปที่มีมาตรฐานสูง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ 1.การจัดการ Supply Chain โดยเฉพาะการทำสัญญารับซื้อที่เป็นธรรมกับเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นใจด้านรายได้และรักษาคุณภาพวัตถุดิบ 2.การเพิ่มมาตรฐานออร์แกนิก ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากลจะมีราคาสูงกว่าตลาดทั่วไปหลายเท่าตัว และเป็นที่ต้องการสูงในตลาดโลก 3.การนำนวัตกรรมการยืดอายุสินค้า การใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยช่วยรักษารสชาติและคุณค่าทางอาหารโดยไม่ใช้สารเคมี ทำให้ส่งออกมีมาตรฐานเพิ่มขึ้นและลดความสูญเสีย 4.นำโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาเป็นต้นแบบ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่มะพร้าวน้ำหอมไทย และผลไม้อื่น ๆ ที่มีรูปแบบหรือลักษณะการประกอบธุรกิจที่คล้ายคลึงกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยสามารถประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจและมีโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ สู่นานาชาติ

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ยังได้ชมกระบวนการผลิตภายในโรงงาน ซึ่งมีความโดดเด่นด้าน Microfiltration และระบบการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainability) ซึ่งสามารถใช้เป็นสถานประกอบการต้นแบบให้กับ SME รายอื่น ๆ ในประเทศไทยได้เข้ามาศึกษา ตั้งแต่การบริหารจัดการโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP, HACCP ไปจนถึงการทำการตลาดที่เน้นความยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยให้กลายเป็น Premium Product รวมถึงมาตรฐาน Fair for Life ซึ่งมีการกำหนดราคารับซื้อมะพร้าวน้ำหอมถึง 5 ราคา ตามขนาด (น้ำหนัก) ตั้งแต่ 6.50-9.50 บาท

นอกจากนี้ กรมจะนำข้อมูลและแนวทางที่ได้รับจากการหารือในครั้งนี้ แจ้งกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการส่งออกเพื่อดำเนินการ Upskill & Reskill แก่ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะส่งออกผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ส่งออกรายใหม่ และดำเนินการจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าผลไม้ในต่างประเทศ รวมถึงเพิ่มสัดส่วนปริมาณผลผลิตผลไม้ออกจากระบบไปสู่การแปรรูปมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว

ขณะเดียวกัน กรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์นอมินีล้งผลไม้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร และคุ้มครองระบบเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน รวมถึงการป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายจะยังคงดำเนินการอย่างเข้มข้น เน้นการตรวจสอบเชิงลึก เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการค้า และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมของเศรษฐกิจไทยต่อไป