กรมพัฒนาธุรกิจการค้าประชุมคณะทำงานปราบปรามนอมินี จ.ราชบุรี ลุยจัดการต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีประกอบธุรกิจมะพร้าวน้ำหอม เผยพบ 3 พฤติกรรมที่ทำให้ราคาตกต่ำ เช่าสวนปลุกเอง แปรรูปและส่งออกเอง และกดราคารับซื้อ ลั่นจะจัดการให้หมด เพื่อช่วยธุรกิจคนไทย และแก้ปัญหาให้เกษตรกร
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ณ ศาลากลางจังหวัดราชบุรี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการค้าภายใน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้าร่วม โดยได้หารือถึงการประกอบธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ของชาวต่างชาติ ที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) เพื่อหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
โดยผลการหารือพบพฤติการณ์การประกอบธุรกิจมะพร้าวน้ำหอม โดยมีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง 3 ลักษณะ ได้แก่ 1.การเช่าสวนมะพร้าวเพื่อปลูกเอง โดยชาวต่างชาติใช้คนไทยในการจัดตั้งบริษัทเข้าซื้อที่ดินหรือทำสัญญาเช่าที่ดินกับเกษตรกรในพื้นที่ 2.การแปรรูปและส่งออกเองครบวงจร ทำให้ตัดวงจรการซื้อขายมะพร้าวจากเกษตรกรไทยโดยตรง และ 3.การกดราคารับซื้อ ส่งผลให้ราคามะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ตกต่ำอย่างผิดปกติ เนื่องจากกลไกตลาดถูกควบคุมโดยกลุ่มทุนต่างชาติ
“หน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม ได้ร่วมกันกำหนดทิศทางและแผนดำเนินการตรวจสอบเพื่อสะสางปัญหานอมินีที่เกิดขึ้น โดยจะเข้าไปจัดการทันที เพราะนอกจากจะแก้ปัญหาภัยทางเศรษฐกิจที่ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายไทย และทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจคนไทยได้รับผลกระทบแล้ว ยังสามารถแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนได้ในระยะยาวอีกด้วย”นายพูนพงษ์กล่าว
ทั้งนี้ กรมขอเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในการที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิดและเน้นย้ำให้คนไทยไม่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวเหล่านั้นเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หากพบการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยมีโทษตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าวที่ประกองธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษ ปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน
ขณะเดียวกัน วันที่ 6 มี.ค.2569 กรมจะจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กรมสรรพากร กรมการจัดหางาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายที่ใช้นอมินีเป็นตัวแทนอำพรางในการประกอบธุรกิจกับทุกกลุ่มธุรกิจอย่างจริงจัง เน้นการตรวจสอบเชิงลึก และมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรและนักธุรกิจที่ประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการคุ้มครองระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีความโปร่งใส สร้างเสถียรภาพทางการค้า และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมของเศรษฐกิจไทย


