รฟท.พร้อมฟัน”อิตาเลียนไทย”เหตุเครนก่อสร้างตกทับขบวนรถไฟ ส่งหารืออัยการสูงสุด เช็กข้อกฎหมาย ยันความผิดชัดเจน รอตำรวจส่งฟ้องมีมูลเหตุหนุนเลิกสัญญา ขณะที่ยอมรับ เปิดประมูลใหม่ ส่อต้องเพิ่มงบ
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการบอกเลิกสัญญากับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3 – 4 ช่วงลำตะคอง – สีคิ้วและช่วงกุดจิก – โคกกรวด โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา ตกทับขบวนรถไฟโดยสาร ขบวน 21 ดีเซลรางด่วนพิเศษ กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย ซึ่งคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.ให้ส่งหนังสือหารืออัยการสูงสุดนั้นขณะนี้รฟท.ได้สรุปรายละเอียดข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว และได้ส่งไปที่อัยการสูงสุดเพื่อหารือแนวทางการบอกเลิกสัญญาแล้ว
นายอนันต์กล่าวว่า เนื่องจากเป็นสัญญาทางปกครอง การบอกเลิกสัญญาต้องมีแนวทางที่ชัดเจนและรอบคอบ และมีข้อพิจารณาด้วยว่ารัฐเสียประโยชน์อย่างไร รัฐได้ประโยชน์อย่างไร ขณะที่ทางอิตาเลียนไทยฯ เสนอที่จะเข้ามาดำเนินการก่อสร้างงานที่เหลืออีกประมาณ 5 % เป็นโครงสร้างยกระดับประมาณ 18 ช่วง ให้แล้วเสร็จ ซึ่ง รฟท.เองจะต้องมีความมั่นใจหากให้ดำเนินงานต่อไป แต่ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการหารือเพื่อบอกเลิกสัญญา ซึ่งรฟท.เป็นฝ่ายกล่าวหา ว่า ผู้รับจ้างทำผิดสัญญา นอกจากนี้ ในทางอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างดำเนินการแต่ยังไม่มีการฟ้องร้อง หากตำรวจมีการสั่งฟ้อง ก็จะเป็นมูลเหตุที่ให้รฟท.บอกเลิกสัญญาได้ ดังนั้นจึงต้องรอการสอบสวนให้มีความชัดเจนก่อน
"หลักการในการบอกเลิกสัญญาในสัญญาที่จัดซื้อจัดจ้าง คือ 1.ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างเสร็จภายในระยะเวลาของสัญญา 2. ผู้รับจ้างทำผิดเงื่อนไขสัญญา ซึ่งขณะนี้มีการพิสูจน์ได้ว่าผู้รับจ้างทำผิดเงื่อนไขสัญญาแต่ประเด็นจะรุนแรงถึงขั้นยอกเลิกสัญญาได้หรือไม่ รัฐเสียประโยชน์หรือไม่อย่างไร จึงต้องหารืออัยการสูงสุด" นายอนันต์ กล่าว
ส่วนกรณีที่ยกเลิกสัญญาแล้วเปิดประมูลใหม่ ประเมินค่างานที่เหลือมีแนวโน้มสูงว่า จะต้องใช้งบประมาณเพื่อดำเนินโครงการเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน รฟท.ยังมีคำสั่งให้ หยุดก่อสร้างสัญญา 3-4 ไปก่อน


