xs
xsm
sm
md
lg

SPRC โชว์กำไรปี 68 โต 31.6% บอร์ดฯ อนุมัติจ่ายปันผล 0.45 บาท/หุ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



SPRC กำไรปี68 พุ่ง31.6%อยู่ที่ 78.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาจากค่าการกลั่นและค่าการตลาดปรับตัวสูงขึ้น บอร์ดฯไฟเขียวจ่ายปันผลงวดปี68ที่อัตราหุ้นละ 0.45 บาท

นายเฮอร์เบิร์ต แมทธิว เพนน์ ที่ 2 ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC เปิดเผยว่า ผลประกอบการบริษัทในไตรมาส 4/2568 มีรายได้รวม 1,778.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 6.2%จากไตรมาส3/2568 และกำไรสุทธิ 33.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง31.2%จากไตรมาส3/2568 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะมีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันอันเนื่องมาจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบระหว่างไตรมาส

อัตรากำไรขั้นต้นของกิจการ SPRC ไม่รวมผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 10.43 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในไตรมาส 3/2568 ซึ่งเป็นผลมาจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันสำเร็จรูปชนิดกลาง (น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานและน้ำมันดีเซล) ที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าการตลาดที่แข็งแกร่งของธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผสานกับการเพิ่มยอดขายในประเทศ การเสริมสร้างประสิทธิภาพในกระบวนการนำเข้าน้ำมันดิบ การขนส่ง และการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ตลอดจนการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการสร้างมูลค่า (Enterprise Value Capture) ในไตรมาส 4/2568 เป็นจำนวน 13.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 SPRC มีรายได้รวม 7,317.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 4% และกำไรสุทธิ 78.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 31.6% ในปีที่ผ่านมา จากค่าการกลั่นของธุรกิจการกลั่นน้ำมันที่แข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งค่าการตลาดของธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ส่งผลต่อมูลค่าที่สร้างให้กับองค์กร (Enterprise Value Capture) ในปี 2568 อยู่ที่ 54.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SPRC ในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาวัตถุดิบ และบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับการดำเนินงานและเสริมสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา การบูรณาการธุรกิจได้เสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อสร้างมูลค่าให้กับองค์กรของเราอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้ประกาศวิสัยทัศน์องค์กรใหม่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงาน ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ผ่านพันธกิจหลักในการขับเคลื่อนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า โดยการส่งมอบพลังงานด้วยกระบวนการที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ พร้อมให้คำมั่นต่อพนักงานและสังคมทุกภาคส่วนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

“การขับเคลื่อนองค์กรในทิศทางที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์องค์กรใหม่ในครั้งนี้ จะดำเนินการผ่านกลยุทธ์หลักที่มุ่งเน้นรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น พร้อมลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเวลาที่เหมาะสม ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่การกลั่นสู่การตลาด รวมทั้งการเสริมศักยภาพของกระแสเงินสดจากการเติบโตอย่างมีกำไรของธุรกิจการตลาดของเรา การปรับวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินธุรกิจในครั้งนี้ มีเป้าหมายในการบูรณาการองค์กรเป็นหนึ่งเดียวในอนาคต ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน การเพิ่มประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง” นายแมทธิว เพนน์ กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2569 มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ในวันที่ 10 เมษายน 2569 อนุมัติจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิของปี 2568 เป็นจำนวนเงิน 0.45 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วจำนวน 0.15 บาทต่อหุ้น ทำให้เงินปันผลคงเหลือเป็นจำนวน 0.30 บาทต่อหุ้น บริษัทฯ จะกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์รับเงินปันผลในวันที่ 6 มีนาคม 2569 โดยกำหนดวันจ่ายเงินปันผลเป็นวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 หลังจากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569