กรมทรัพย์สินทางปัญญาหารือสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วางแนวทางบริหารจัดการลิขสิทธิ์เพลงในปัจจุบัน ปลดล็อกข้อจำกัดการใช้งานเพลงให้เกิดความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิ์ของเจ้าของสิทธิ์ และการใช้ประโยชน์งานเพลงของศิลปิน หลังเจอปัญหาศิลปินร้องเพลงตัวเองไม่ได้ เมื่อสิ้นสุดสัญญากับค่ายเพลง หากจะร้อง โดนโขกค่าลิขสิทธิ์สุดแพง รวมถึงมีการเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงที่สิ้นสุดอายุการคุ้มครองแล้ว
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับนางสุดา ชื่นบาน นายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะผู้บริหารสมาคม ประกอบด้วย นายวินัย พันธุรักษ์ นายไมตรี นิยมแสง และนายวรพจน์ นิ่มวิจิตร ถึงแนวทางการบริหารจัดการลิขสิทธิ์เพลงในยุคปัจจุบัน โดยมุ่งเสริมสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์และการใช้ประโยชน์งานเพลงของศิลปินนักร้องและนักดนตรีไทย
ทั้งนี้ ได้มีการสะท้อนสถานการณ์การใช้งานเพลงในปัจจุบัน อาทิ กรณีศิลปินนักร้องและนักดนตรีไม่สามารถนำผลงานเพลงที่ตนเคยขับร้องไปใช้ในงานแสดงได้ภายหลังจากสิ้นสุดสัญญากับค่ายเพลง เว้นแต่จะขออนุญาตและชำระค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งมักจะถูกเรียกเก็บในอัตราที่สูงกว่าปกติ รวมทั้งกรณีการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์งานเพลงที่สิ้นสุดอายุการคุ้มครอง ทั้งที่ผลงานดังกล่าวตกเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เป็นต้น
ดังนั้น เพื่อให้การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และไม่เป็นภาระเกินสมควรต่อผู้ใช้ประโยชน์งานเพลง และยังคงคุ้มครองสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเหมาะสม กรมจึงได้นำบทบัญญัติของ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ของกรมการค้าภายใน มาปรับใช้กับการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง โดยกำหนดให้ผู้ประสงค์จะจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ ต้องแจ้งรายละเอียด เช่น รายชื่อเพลงและอัตราการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ ต่อคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ก่อนดำเนินการ เพื่อสร้างความชัดเจนและตรวจสอบได้ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ
นอกจากนี้ ยังได้จัดทำหลักปฏิบัติที่ดีในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในงานเพลง เพื่อให้องค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ใช้เป็นแนวทางในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์งานเพลงอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานจริง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของสิทธิ์และผู้ใช้ประโยชน์งานเพลงในเชิงพาณิชย์
นางอรมนกล่าวว่า นอกเหนือจากมาตรการดังกล่าว กรมยังได้ยกร่างกฎหมายเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าตอบแทนการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดง เพื่อวางกรอบการกำกับดูแลการจัดเก็บค่าตอบแทนจากการให้สิทธิ์เผยแพร่งานลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะงานเพลงอย่างมีมาตรฐานและโปร่งใส มีการจัดสรรค่าลิขสิทธิ์คืนแก่เจ้าของสิทธิ์อย่างถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งปัจจุบันร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างรอเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
“เชื่อมั่นว่ามาตรการและร่างกฎหมายดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการลิขสิทธิ์ และช่วยพัฒนาระบบนิเวศด้านลิขสิทธิ์เพลงให้มีความสมดุล เป็นธรรม และยั่งยืน ซึ่งกรมจะเร่งเดินหน้าสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับศิลปิน นักร้อง นักดนตรี และผู้ใช้ประโยชน์งานเพลง ผ่านการจัดกิจกรรมเสวนาและสื่อเผยแพร่ความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป”นางอรมนกล่าว
สำหรับผู้ที่ประสงค์จะใช้งานเพลงในการประกอบธุรกิจหรือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ กรมขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เพลงก่อนเป็นลำดับแรก โดยสามารถใช้บริการระบบสืบค้นข้อมูลเพลงที่มีการแจ้งจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ และข้อมูลองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ทางเว็บไซต์ https://copyright-song.ipthailand.go.th ได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อติดต่อขออนุญาตใช้ประโยชน์จากงานเพลงอย่างถูกต้องเสียก่อน และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่กองลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 02-547-4630 ถึง 4 หรือสายด่วน 1368


