xs
xsm
sm
md
lg

กรมพัฒน์เปิดแผนปฏิบัติการ 11 กิจกรรม ยกระดับ SME ไทย ปี 68

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดแผนปฏิบัติการ ยกระดับ SME ไทย ปี 68 เตรียมลุย 11 กิจกรรม เพื่อสนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการที่อยู่ในการส่งเสริม ทั้งแฟรนไชส์ บริการโลจิสติกส์ ร้านอาหาร Thai SELECT บริการสุขภาพและความงาม ค้าส่งค้าปลีก พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ MOC Biz Club ธุรกิจครอบครัว การเพิ่มพูนความรู้ SME การผลักดันเข้าถึงแหล่งเงินทุน และพัฒนาศักยภาพตลาดธุรกิจชุมชน


นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2568 กรมได้กำหนดแผนปฏิบัติการยกระดับผู้ประกอบการ SME ไทย ผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่ 1.สร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการและการใช้เทคโนโลยี 2.พัฒนาสู่มาตรฐานการบริหารจัดการที่ดีเทียบเท่าระดับสากล และ 3.สร้างโอกาสทางการตลาดและขยายเครือข่ายทางธุรกิจ โดยมีแผนงานที่จะดำเนินการรวม 11 แผนงาน ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในการส่งเสริมของกรม ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาผู้ประกอบการ จำนวน 15,000 ราย ผลักดันสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,100 ล้านบาท

สำหรับแผนงานสนับสนุน SME ที่สำคัญ ได้แก่ 1.สร้างโอกาสทางการตลาดธุรกิจแฟรนไชส์ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ.2568) มีธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย 663 กิจการ (80,866 สาขา) ในจำนวนนี้ผ่านการพัฒนาจากกรม 545 กิจการ (60,689 สาขา) โดยแผนปี 2568 จะดำเนินการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์รายใหม่ (Franchise B2B) ยกระดับสู่เกณฑ์มาตรฐานธุรกิจแฟรนไชส์ จัดประกวด Thailand Franchise Award 2025 นำผู้ประกอบการแฟรนไชส์เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ และพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ไทยก้าวสู่สากล (Thai Franchise Towards Global) เป้าหมายรวม 750 ราย

2.สร้างศักยภาพธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ไทย ปัจจุบันมีธุรกิจโลจิสติกส์ 35,668 ราย ในจำนวนนี้ผ่านการพัฒนาจากกรม 14,577 ราย และผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจ 1,051 ราย โดยแผนปี 2568 จะดำเนินการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการจัดการธุรกิจโลจิสติกส์ เน้นการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและเงื่อนไขการส่งมอบ (Incoterm) เพื่อให้ดำเนินการผ่านพิธีศุลกากรได้อย่างถูกต้อง Generation AI สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การใช้ข้อมูลในองค์กรมาทำรายงานอัจฉริยะด้วยโปรแกรม MS Power BI : Data Anlytic With MS Power BI เป็นต้น และยกระดับมาตรฐานผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ด้วย ISO 9001 เน้นการพัฒนาและประยุกต์ใช้มาตรฐาน ISO 9001 ยุค Grow Green Logistics การให้คำปรึกษาเชิงลึกแนะนำการวางระบบตามแนวทางมาตรฐาน ISO 9001 เป้าหมายรวม 600 ราย

3.ส่งเสริมร้านอาหารไทยให้ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในประเทศไทย 496 ร้าน อยู่ในภาคกลาง 189 ร้าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 87 ร้าน ภาคเหนือ 96 ร้าน ภาคใต้ 87 ร้าน และภาคตะวันออก 37 ร้าน ในจำนวนนี้มีร้านอาหาร Thai SELECT ที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 82 ร้าน เชียงใหม่/พระนครศรีอยุธยา 20 ร้าน กระบี่/นนทบุรี 16 ร้าน ภูเก็ต 12 ร้าน และ ขอนแก่น/ชลบุรี 11 ร้าน โดยแผนปี 2568 จะดำเนินการปรับภาพลักษณ์ (ReBranding) ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โดยจะปรับตราสัญลักษณ์ เป็นดาวเกียรติยศ Thai SELECT สร้างโอกาสทางการตลาดและส่งเสริมตลาดเชิงรุกในยุคดิจิทัล/การตลาดตามแนวคิด BCG การใช้อัตลักษณ์ท้องถิ่น หรือ GI กระตุ้นยอดขาย และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และสร้างการรับรู้ Soft Power อาหารไทย ร้านอาหารไทย เป้าหมายรวม 300 ราย

4.ส่งเสริมธุรกิจบริการสุขภาพและความงาม และธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ โดยได้ดำเนินงานเสริมสร้างองค์ความรู้การบริหารจัดการธุรกิจ เพิ่มศักยภาพทางการค้าด้วยเทคโนโลยียุคดิจิทัล โดยอบรมเชิงลึกด้านบริหารจัดการธุรกิจ เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ สมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย สมาพันธ์สมาคม สปาแอนด์เวลเนสไทย และสมาคมด้านการท่องเที่ยว เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและขยายโอกาสทางการตลาดแก่ผู้ประกอบธุรกิจสุขภาพ (Wellness) โดยแผนปี 2568 จะดำเนินการจัด Workshop ในหลักสูตรพลิกเกมธุรกิจ Wellness ให้ปังด้วยพลังดิจิทัลและเครือข่ายธุรกิจจำนวน 3 ครั้ง กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และภูเก็ต อบรมและให้คำปรึกษาเชิงลึกการจัดทำแผนธุรกิจตามแนวคิด BCG นำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานนำเสนอและเจรจาจับคู่ธุรกิจ ภายในงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2025 เป้าหมายรวม 200 ราย

5.ธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก (โชห่วย) ปัจจุบันมีนิติบุคคลธุรกิจค้าส่งค้าปลีก 22,935 ราย (DBD DataWarehouse+) กรมได้มีการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น ดังนี้ พัฒนาห้างท้องถิ่นต้นแบบ 340 ร้าน พัฒนาสมาร์ทโชห่วย 7,625 ร้าน แบ่งเป็น นำระบบ POS มาใช้ 993 ร้าน และปรับภาพลักษณ์ร้านค้า 6,632 ร้าน เสริมสร้างองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการ 21,015 ราย และเชื่อมโยงเครือข่ายกับซัพพลายเออร์ ห้างท้องถิ่น ผู้ให้บริการเทคโนโลยี/ระบบ POS สินค้าชุมชน สถาบันการเงิน และบริการเสริมต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการธุรกิจค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น โดยแผนปี 2568 จะดำเนินการพัฒนาร้านค้าปลีกรายย่อยเป็นสมาร์ทโชห่วย ประกอบด้วยเสริมสร้างองค์ความรู้และเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการให้แก่ร้านค้าโชห่วย รวมถึงร้านค้าปลีกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ร้านขายยา สินค้าเบ็ดเตล็ด เครื่องเขียน อุปกรณ์เบเกอรี อุปกรณ์ก่อสร้าง และอุปกรณ์การเกษตร โดยเน้นการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย เป้าหมาย 2,700 ราย พัฒนาสมาร์ทโชห่วย โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมกับทีมงานพี่เลี้ยงโชห่วยดำเนินการปรับภาพลักษณ์ร้านค้า เป้าหมาย 150 ร้าน และ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ เป้าหมาย 150 ร้าน พัฒนายกระดับคุณภาพการบริหารจัดการเป็นห้างท้องถิ่นต้นแบบ และส่งเสริมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เป้าหมาย 30 ร้าน

6.ส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ผ่านมา กรมได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการภายใต้หลักสูตรต่าง ๆ เช่น ปั้นร้านค้าออนไลน์ขั้นเทพ (OMG) Smart Trader Online , เรียนรู้เส้นทางการเป็น Influencer รวม 41,945 ราย (ปี 2562-2567) ความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อเสริมทักษะ และสร้างโอกาสทางการตลาด อาทิ Shopee , Lazada , TikTok และ Meta (ปี 2562-2567) พัฒนาชุมชนออนไลน์ต้นแบบ (Digital Village by DBD) 96 ชุมชน 55 จังหวัด (ปี 2562-2567) และสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าออนไลน์ ด้วยการรับรองและยืนยันตัวตนผ่านเครื่องหมาย DBD Registered 120,606 เว็บไซต์ (ปี 2546-ก.พ.2568) DBD Verified 223 เว็บไซต์ (ปี 2556-ก.พ.2568) โดยแผนปี 2568 จะดำเนินการจัดอบรมหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อส่งเสริม SME ด้าน Digital Marketing เป้าหมาย 5,950 ราย พัฒนาชุมชนออนไลน์ต้นแบบ Digital Village ชุมชนสร้างสรรค์สู่การแข่งขันการค้าออนไลน์ เป้าหมาย 20 ชุมชน 4 ภูมิภาค พัฒนาระบบบริหารข้อมูลผู้ประกอบการออนไลน์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใน Digital Ecosystem 1 ระบบ

7.เสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรภาคเอกชนทางธุรกิจ ด้วยการขับเคลื่อน MOC Biz Club ที่ปัจจุบันมีสมาชิก MOC Biz Club 14,808 ราย โดยแผนปี 2568 จะดำเนินการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Club เช่น ส่งเสริมการวางยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ การเจรจาธุรกิจ การนำเสนอธุรกิจ เปิดร้าน Biz SHOP จำนวน 10 ร้าน 10 จังหวัด และขยายให้ครบ 77 จังหวัดภายในปี 2570 ปัจจุบันมีร้าน Biz SHOP 13 ร้าน 12 จังหวัด จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า Biz Club Fair 3 ครั้ง คือ นนทบุรี ปทุมธานี และชลบุรี เจรจาจับคู่ธุรกิจ และได้จัดหาจุดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ (Biz Shop) โดยบูรณาการร่วมกับคู่ค้าพันธมิตร อาทิ ร้านขายของฝากประจำจังหวัด กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร กลุ่มธุรกิจค้าส่งค้าปลีก กลุ่มธุรกิจโรงแรม กลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์ กลุ่มธุรกิจขนส่ง-โลจิสติกส์ ในพื้นที่จังหวัด รวมถึงจัดหาพื้นที่ในเขตจังหวัด อาทิ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ศาลากลางจังหวัด สถานที่ของหน่วยงานราชการ หรือเอกชน เป็นต้น ส่วนสมาคมการค้า กลุ่มเป้าหมายคือ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สมาคมการค้า และธุรกิจที่เป็นสมาชิกสมาคมการค้า จะดำเนินการควบคู่กับการกำกับดูแลสมาคมการค้าให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.สมาคมการค้า พ.ศ.2509 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้แก่สมาคมการค้า ซึ่งเป็นตัวแทนของภาคธุรกิจ ปัจจุบันประเทศไทยมีสมาคมการค้า 1,218 สมาคม โดยแผนงานปี 2568 จะพัฒนาศักยภาพสมาคมการค้า โดยการเสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาสมาคมการค้า รวมถึงธุรกิจที่เป็นสมาชิกของสมาคมการค้าให้มีความเข้มแข็ง ยกระดับสมาคมการค้า โดยการจัดประกวดสมาคมการค้าดีเด่น ปี 2568 เป็นการจัดประกวดครั้งที่ 13 และสร้างเครือข่ายพันธมิตรสมาคมการค้า ผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) สร้างโอกาสทางการค้าและต่อยอดธุรกิจระหว่างสมาคมการค้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายรวม 400 ราย

8.แหล่งเรียนรู้เพื่อ SME (e-learning) ปัจจุบันได้เปิดให้ผู้ประกอบการ SME เข้าเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะการบริหารจัดการธุรกิจผ่าน dbdacademy.dbd.go.th จำนวน 4 หลักสูตร 38 วิชา และ แผนงานปี 2568 จะเพิ่มเติมอีก 3 หัวข้อวิชา ได้แก่ วิชาเส้นทางสู่ความสำเร็จธุรกิจร้านอาหาร วิชารู้ทันภูมิรัฐศาสตร์สร้างโอกาสธุรกิจไทย และ วิชา AI for Business ทำให้ปี 2568 จะเพิ่มเป็น 4 หลักสูตร 41 วิชา ปัจจุบัน (ต.ค.2567-ก.พ.2568) มีผู้จบหลักสูตรแล้ว จำนวน 18,006 ราย

9.ธุรกิจครอบครัว (Family Business) เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดโครงการ Family Business Thailand เพื่อสร้างธุรกิจครอบครัวของไทยให้มีความเข้มแข็ง ทายาทธุรกิจมีความรู้ในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างเป็นระบบ เน้นการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และช่วยผลักดันให้ธุรกิจครอบครัวสามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ปี 2567 ได้เสริมสร้างองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจครอบครัวไปแล้ว 286 ราย โดยแผนปี 2568 จะดำเนินการเสริมสร้างองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจครอบครัว จำนวน 2 ครั้ง เป้าหมาย 200 ราย และบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

10.ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME เข้าถึงแหล่งทุน โดยใช้ไม้ยืนต้นและธุรกิจร้านอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck) เป็นหลักประกันทางธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยแผนงานปี 2568 จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการนำทรัพย์หลักประกันเข้าถึงแหล่งทุน โดยการให้ความรู้ประโยชน์ของต้นไม้ ชนิดของไม้ยืนต้นที่สามารถนำมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ รวมถึงหลักเกณฑ์ วิธีการ การประเมินมูลค่าไม้ยืนต้น โดยได้ดำเนินการไปแล้ว 2 จังหวัด คือ นครสวรรค์ และนครพนม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 425 ราย และจัดกิจกรรมส่งเสริมกิจการร้านอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck) แสดงศักยภาพการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีสถาบันการเงินเข้าร่วม นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว สร้างรายได้เข้าประเทศ โดยได้จัดงานไปแล้วระหว่างวันที่ 26 ก.พ.-2 มี.ค.2568 (5 วัน) ณ ไอคอนสยาม สร้างรายได้ตลอดการจัดงานรวม 2.25 ล้านบาท

11.พัฒนาศักยภาพตลาดธุรกิจชุมชนด้วยหลักการ Smart Local เป็นการยกระดับสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีความโดดเด่น มีรสนิยม เสริมสร้างทักษะความเป็นผู้ประกอบการ พร้อมปรับตัวรับสถานการณ์การค้า เพิ่มโอกาสทางการค้าและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยปี 2567 ได้ดำเนินการสร้างโอกาสทางการตลาด Smart Local เสริมแนวคิดผู้ประกอบการชุมชนมีดี และพัฒนา 4 ทักษะเชิงลึกผู้ประกอบการชุมชนมีดี ME-D สร้างต้นแบบเส้นทางตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนมีดี “พะ-มหา-นคร” พะเยามีดี มหาสารคามมีดี นครศรีธรรมราชมีดี ส่งเสริมการตลาดและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยมีผู้ประกอบการชุมชนได้รับการพัฒนารวม 496 ราย สร้างมูลค่าการค้า 435.42 ล้านบาท และแผนงานปี 2568 จะขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนด้วย Smart Skill แบ่งเป็น Smart Local Clinic คลินิกธุรกิจ 4 ครั้ง 4 ภูมิภาค Smart Local Camp ค่ายบ่มเพาะทางธุรกิจ 1 ครั้ง Smart Local Connect เชื่อมโยงธุรกิจ 1 ครั้ง Smart Local Communication สร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์ชุมชน 4 เส้นทาง ส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนแก่ผู้ประกอบการชุมชน ผ่าน 3 งานใหญ่ คือ OTOP City, OTOP Midyear และ OTOP ศิลปาชีพประทีปไทย และสร้างโอกาสทางการค้าผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยปี 2568 ได้กำหนดเป้าหมายพัฒนาผู้ประกอบการชุมชนรวม 362 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 118 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น