กรมธุรกิจพลังงานเร่งขับเคลื่อนแผนส่งเสริมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ (SAF) รองรับกติกาสากลมุ่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เล็งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคลอดแพกเกจหนุนผู้ผลิตในประเทศหลังมีผู้สนใจ 2-3 ราย พร้อมหนุนเชื่อมท่อน้ำมัน ด้าน BAFS แนะรัฐเพิ่มแต้มต่อ SAF เหตุราคายังแพง พร้อมรับรายได้โตหลังท่องเที่ยวฟื้น
นางพัทธ์ธีรา สายประทุมทิพย์ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังการพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูงานบริษัทบริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS วันนี้ (13 มิ.ย.) ว่า ธพ.เตรียมที่จะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะจัดทำแพกเกจส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ (SAF) ในระยะ 5 ปีแรกเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดตามทิศทางของโลกในการลดภาวะโลกร้อนและสอดรับกับแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ฉบับใหม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภาพรวมใน 2 เดือน
"ขณะนี้มีผู้ผลิต 2-3 รายในประเทศที่เป็นกลุ่มโรงกลั่นให้ความสนใจที่จะผลิต SAF โดยใช้วัตถุดิบหลักคือ น้ำมันใช้แล้ว กับเอทานอลจากโมลาสหรือกากน้ำตาล ตามทิศทางต่างประเทศที่เป็นระดับสากลซึ่งเราจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม ฯลฯ เพื่อกำหนดทิศทางวัตถุดิบ แนวทางการสนับสนุนด้านภาษีและอื่นๆ โดยอธิบดี ธพ.ได้มีการตั้งคณะทำงานดูแลซึ่งจะหารือกันครั้งแรกในสัปดาห์นี้" นางพัทธ์ธีรากล่าว
สำหรับประเด็นที่จะพิจารณาคงมองที่ระดับนโยบายก่อน ซึ่งเบื้องต้นคือภายใต้ Oil Plan และ AEDP ฉบับใหม่ที่ได้หารือร่วมกับ พพ.มีความเห็นตรงกันที่ไทยจะบังคับใช้น้ำมัน SAF 1% ในปี พ.ศ. 2570 ดังนั้นในระยะ 4-5 ปีจึงต้องเตรียมตัวในเรื่องความพร้อมของน้ำมัน SAF ที่จะเกี่ยวกับปริมาณวัตถุดิบ ภาษีต่างๆ และมาตรการส่งเสริมการลงทุนฯ ในการสนับสนุน เป็นต้น
นอกจากนี้ ภายใต้ Oil Plan และ AEDP ยังเตรียมที่จะส่งเสริมการเชื่อมท่อน้ำมันและการบริหารจัดการท่อน้ำมันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ให้มากขึ้น และยังมองไปถึงระยะยาวเกิน 10 ปีจากนี้เมื่อการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) มีมากขึ้นจะกระทบต่อการใช้น้ำมันที่ลดลง ดังนั้นจึงวางแนวทางที่จะขยายท่อน้ำมันไปยังกลุ่มประเทศ CLMV
ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ หรือ BAFS กล่าวว่า BAFS ได้จับมือกับหลายภาคส่วน เช่น กลุ่มบางจาก กลุ่มมิตรผล พัฒนาโครงการผลิตน้ำมันอากาศยานชีวภาพ หรือ SAF เพื่อความยั่งยืนจากน้ำมันที่ใช้แล้วหรือจากส่วนเกินเหลือใช้ในกระบวนการเกษตรกรรมเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero 2050) อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยอมรับว่าราคา SAF แพงกว่าน้ำมันอากาศยานปกติ 2-3 เท่าจึงอยากให้รัฐสนับสนุนการยกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิต SAF เพื่อให้มีแต้มต่อในการแข่งขัน
ปัจจุบันโครงข่ายระบบท่อส่งน้ำมัน ของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) ที่ขยายการให้บริการสู่ภาคเหนือ ขณะนี้มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 20% หรือคิดเป็นประมาณ 410 ล้านลิตร เทียบกับความสามารถของท่อทั้งสิ้น 2,450 ล้านลิตรเท่านั้น ดังนั้นจึงอยากให้รัฐส่งเสริมการใช้น้ำมันทางท่อที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยอาจจะเป็นรูปแบบการบริหารจัดการแบบ Single Operator ฯลฯ รวมไปถึงการสนับสนุนการจัดเก็บภาษีฯ หน้าโรงกลั่นเป็นหน้าคลังน้ำมันแทน เป็นต้น
"ผลประกอบการในปีนี้มั่นใจว่าจะกลับมาเป็นบวก เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,410 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 281 ล้านบาท มาจากปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานปีนี้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามเป้าเป็น 4,200 ล้านลิตร หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 2,990 ล้านลิตร รับอานิสงส์บวกจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น" ม.ล.ณัฐสิทธิ์กล่าว


