xs
xsm
sm
md
lg

“ซีพีเอฟ” รับรางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2020 สาขาความเป็นเลิศด้านผู้นำและด้านสินค้า-บริการ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลพระราชทาน Thailand Corporate Excellence Awards 2020 จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสนี้ได้มอบรางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2020 สาขาความเป็นเลิศด้านผู้นำ (Leadership Excellence) และ สาขาความเป็นเลิศด้านสินค้า-บริการ (Product/ Service Excellence) ให้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ โดยมีนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหารซีพีเอฟ รับรางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2020 สาขาความเป็นเลิศด้านผู้นำ และ นายสิริพงศ์ อรุณรัตนา ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจสัตวบก ซีพีเอฟ รับรางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2020 สาขาความเป็นเลิศด้านสินค้า-บริการ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นผู้นำสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคม และส่งเสริมเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ณ โรงแรมแชงกรี-ลา โฮเทล กรุงเทพฯ


ซีอีโอ ซีพีเอฟ กล่าวว่า รางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2020 ที่ซีพีเอฟได้รับในครั้งนี้ สะท้อนความพยายามของบริษัทฯ ในการเป็นผู้นำสร้างสรรค์สิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อสังคม ภายใต้หลักคิดเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ (Good Corporate Citizen) โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่บริษัทฯ ร่วมกับภาครัฐส่งอาหารปลอดภัยให้โรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ผู้เฝ้าระวัง และชุมชนแออัด รวม 8 โครงการ รวมทั้งจ้างงาน 8,000 อัตรา ตลอดจนการออกมาตรการที่ช่วยปลดล็อกสภาพคล่องให้กับคู่ค้าเอสเอ็มอี ประมาณ 6,000 ราย ให้ได้รับเงินภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้ตรวจรับสินค้าหรือบริการ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นผลิตอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัยและบริการที่ดีเพื่อผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตอกย้ำการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับสินค้าพรีเมียมเพื่อสุขภาพ อาทิ ไก่เบญจา ที่เลี้ยงด้วยข้าวกล้อง และหมูชีวา เลี้ยงด้วยอาหารจากธรรมชาติอุดมด้วยโอเมกา เป็นต้น

ซีอีโอ ซีพีเอฟ ยังได้กล่าวถึงการปรับตัวของบริษัทฯ เพื่อรับวิถี New Normal ว่า 4 เรื่องหลักที่ต้องดำเนินการในระยะต่อไป คือ 1. ความรวดเร็วในการให้บริการและดูแลลูกค้า  2. การพัฒนาสินค้าที่แตกต่างและเหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพื่อรองรับพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป 3. การดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การเป็นองค์กรปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral) การลดปริมาณการสูญเสีย (Food Loss) และของเสียจากการเหลือทิ้ง (Food Waste) ลดการใช้พลาสติก การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้ความสำคัญต่อเรื่องของสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) และ 4. ประการสุดท้าย การพัฒนาบุคลากร โดยรับคนรุ่นใหม่เข้ามาเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกัน สร้างเวทีให้กับคนรุ่นเก่าเปิดโอกาสได้แสดงความสามารถ












กำลังโหลดความคิดเห็น...