xs
xsm
sm
md
lg

ปตท.เล็งขายธุรกิจถ่านหิน “ชงบอร์ดหากได้ราคาเหมาะสม”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปตท.ยันขายธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซียหากได้ราคาที่เหมาะสม ชี้ไม่ใช่ธุรกิจที่ ปตท.ต้องการลงทุนอีกต่อไปแม้ว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงานก็ตาม

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.มีแผนที่จะขายธุรกิจถ่านหินที่ประเทศอินโดนีเซียหากมีผู้สนใจเสนอซื้อธุรกิจดังกล่าวในราคาที่เหมาะสม โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้เห็นชอบในหลักการ โดยเบื้องต้นจะมีการบริหารงานให้มีต้นทุนที่ต่ำเพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ได้วางเงื่อนไขเวลาจะต้องขายธุรกิจนี้เมื่อใดขึ้นอยู่กับโอกาสและราคาซื้อขายธุรกิจที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ราคาถ่านหินที่ปรับตัวลดลงสอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง แม้ว่าปัจจุบันธุรกิจถ่านหินจะมีผลกำไรจากการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้มีการปรับลดต้นทุนการผลิตลง โดยปีนี้ ปตท.ไม่มีการใส่เงินลงทุนเพิ่มในธุรกิจถ่านหิน ซึ่งสอดรับกับนโยบาย ปตท.ที่ยังชะลอการลงทุนใหม่ในอินโดนีเซีย หลังจากมีคดีความฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก ปตท.และบริษัทลูกของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.ในกรณีที่เกิดน้ำมันรั่วไหลลงทะเลติมอร์จากแหล่งมอนทาราเมื่อปี 2552 แม้ว่าทางอินโดนีเซียจะมีการถอนฟ้องคดีดังกล่าวแล้วก็ตาม ดังนั้น การดำเนินธุรกิจถ่านหินในช่วงนี้เกิดจากบริษัท Sakari Resources Limited (SAR) ที่ ปตท.ถือหุ้นใหญ่ อาศัยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานมาใช้ดำเนินธุรกิจเอง โดยไม่ได้พึ่งพาเงินจากบริษัทแม่ คือ ปตท.แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ปตท.ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะลดบทบาทธุรกิจถ่านหิน เนื่องจากการใช้ถ่านหินก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้นจึงต้องการลดการดำเนินในธุรกิจดังกล่าวลง อย่างไรก็ตาม หากจะมีการขายธุรกิจนี้ออกไปจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทฯ ก่อน

ธุรกิจถ่านหินของ ปตท.ในไตรมาส 1/2563 มีรายได้ 3,526 ล้านบาท ลดลง 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 4,216 ล้านบาท เนื่องจากราคาถ่านหินปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 7.1 เหรียญสหรัฐ/ตัน มาอยู่ที่ 58.5 เหรียญสหรัฐ/ตัน และมีกำไรจากการดำเนินงาน 403 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากการดำเนินงาน 378 ล้านบาท

ปัจจุบัน ปตท.ถือหุ้น 95.8% ในบริษัท Sakari Resources Limited (SAR) ซึ่งทำธุรกิจเหมืองถ่านหิน Sebuku และ Jembayan ในอินโดนีเซีย โดยมีกำลังผลิตราว 8-9 ล้านตันต่อปี และยังถือหุ้น 35% ในโครงการที่บรูไน ซึ่งได้รับสิทธิในการดำเนินการศึกษาแหล่งถ่านหิน และถือหุ้น 80% ในโครงการสำรวจแหล่งถ่านหินในมาดากัสการ์ด้วย ซึ่งเดิม ปตท.มีแผนนำธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซียเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียนั้น แต่ไม่มีความชัดเจนเรื่องของระยะเวลา รวมทั้งสถานการณ์ราคาถ่านหินในช่วงนั้นปรับตัวลงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ต้องประคับประคองธุรกิจ โดยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อสร้างกำไรแม้ว่าจะไม่มากก็ตาม


กำลังโหลดความคิดเห็น...