xs
xsm
sm
md
lg

สถิติท่องเที่ยวในประเทศปี 62 พุ่ง 227 ล้านครั้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้นำด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 1,000 คนร่วมถกทางออกการท่องเที่ยวไทยหลังวิกฤตโควิด ในงานสัมมนาออนไลน์ “Thailand Tourism Forum เฉพาะกิจ ประจำปี 2020” ภายใต้ห้วข้อ “กรุงเทพฯ เฉพาะกิจ” (Bangkok Edition) ชี้ตลาดท่องเที่ยวในประเทศแข็งแกร่ง ส่งสัญญาณการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวในทิศทางที่ดี

งานสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้จัดขึ้นโดย ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ (C9 Hotelworks) ร่วมกับหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (American Chamber of Commerce Thailand) ผ่านรูปแบบการสัมมนาแบบ Hybrid Meeting โดยมีผู้เข้าร่วมงานสถานที่จริงจำกัดตามมาตรการเว้นระยะห่างสังคม และถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์แบบเสมือนจริง (Virtual Conference) มีผู้นำจากบริษัทด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมร่วมชี้แนะแนวทางการฟื้นตัวเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย เช่น Centara Hotels & Resorts, JLL, Horwath HTL, QUO, TSI, STR, Agoda, IHG, Hotel Intel และ Rosewood Bangkok


งานสัมมนาเริ่มต้นด้วยการเผยผลสำรวจการท่องเที่ยวภายในประเทศของซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ (C9 Hotelworks) ร่วมกับดีลิเวอริ่ง เอเชีย คอมมูนิเคชันส์ (Delivering Asia Communications) สองผู้นำด้านธุรกิจการบริการในเอเชีย ซึ่งพบมีการท่องเที่ยวกว่า 227 ล้านครั้งในปี 2562 สูงกว่าการท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีจำนวนเพียง 39.8 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศที่เพิ่มขึ้น และเป็นกลุ่มเป้าหมายของโรงแรมและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในไทย

ผลโพลที่สุ่มสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นตัวแทนของประชากรกว่า 15 ล้านคน ยังพบอีกว่าคนกรุงมีความต้องการที่จะไปเที่ยวเพื่อผ่อนคลายความเครียด ตัวเลือกสถานที่ท่องเที่ยว 3 อันดับแรก คือ หัวหิน พัทยา และเขาใหญ่ ยังมี “เกาะช้าง” และ “เกาะกูด” ซึ่งเป็นตัวเลือกที่มาแรงและได้รับความสนใจอย่างมาก รวมถึงเมืองท่องเที่ยวบนภูเขาของจังหวัดเพชรบูรณ์ น่าน ปาย และแม่สอด (รับชม VDO การสำรวจการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ของคนกรุงเทพฯ ได้ที่นี่: https://www.youtube.com/watch?v=juKCTq5rSXw&feature=youtu.be)


ข้อมูลการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดย C9 Hotelworks และ Delivering Asia Communications
บิล บาร์เน็ต กรรมการผู้จัดการ ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ กล่าวสรุปห้วข้อสำคัญของ TTF 2020 เฉพาะกิจว่า “ในขณะที่การท่องเที่ยวระหว่างประเทศยังคงต้องรอข้อตกลงทวิภาคีข้ามพรมแดนและการฟื้นฟูระบบขนส่งทางอากาศ ดังนั้น เป้าหมายระยะสั้นของการท่องเที่ยวไทยและธุรกิจโรงแรมคือการดึงดูดกระแสเงินสดจากตลาดนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งคาดว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้รถยนต์เป็นส่วนมากในช่วงที่เหลือของปี 2563”


ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทาราโฮเทลแอนด์รีสอร์ท กล่าวถึงภาคธุรกิจโรงแรมในไทยในช่วงวิกฤตโควิดว่า “หลังจากมาตรการปลดล็อกดาวน์ธุรกิจโรงแรมของเรามีแนวโน้มสดใสขึ้น โดย เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ได้เปิดให้บริการตลอดไม่มีการปิดตัวตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ถึงแม้อัตราการเข้าพักจะยังไม่กลับมาเท่าเดิม แต่เราได้มองหาธุรกิจคู่ขนานการเข้าพักที่โรงแรม เช่น ทริปท่องเที่ยวในเมือง หรือใช้ประโยชน์จากพื้นที่ห้างสรรพสินค้าที่เปิดให้บริการแล้ว ส่วนโรงแรมอื่นๆ เราจะเปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ซึ่งเราได้ทำการวิเคราะห์โรงแรมทั้งหมดเพื่อประเมินว่าการเข้าพักขั้นต่ำสุดนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ มีการพิจารณาผลกำไรและขาดทุน รวมถึงมูลค่าแบรนด์ และปัจจัยการรับรู้ เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่เรามั่นใจในอุปสงค์ของตลาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวภายในประเทศ อย่างเช่น เซ็นทาราแกรนด์มิราจบีชรีสอร์ท พัทยา เพิ่งเปิดตัวเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และมียอดจองห้องพักสูงมากภายใน 10 วัน”


ด้าน แจสเปอร์ ปาล์มควิสท์ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก STR ให้รายละเอียดเจาะลึกตัวเลขล่าสุดหลังเปิดตลาดท่องเที่ยวว่า หลังจากวิกฤตโควิดในเดือนมิถุนายน 2563 การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวขึ้นมากกว่า 25% และจากการสำรวจอุปสงค์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังพบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 60% ต้องการเดินทางมายังประเทศไทยทันทีที่เปิดประเทศ โดยมีแรงจูงใจจากราคาห้องพักที่ต่ำลง ด้านการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ คาดการณ์ว่าอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) จะใช้เวลานานในการฟื้นตัวนานถึง 4 ปี และราคาเฉลี่ยค่าห้องต่อคืน (Average Daily Rate : ADR) นานถึง 10 ปีจึงจะกลับมาในระดับเดิม เช่นเดียวกับการฟื้นตัวที่ล่าช้าทั่วโลก แต่ในฐานะที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองเศรษฐกิจของประเทศไทย จะต้องเป็นผู้นำในการฝ่าวิกฤต ภาครัฐและผู้ประกอบการควรร่วมมือกันส่งเสริมการฟื้นฟูการท่องเที่ยว และผลักดันธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศที่มีอยู่ให้มีคุณภาพสูงมากกว่าปริมาณ




กำลังโหลดความคิดเห็น...