xs
xsm
sm
md
lg

พ่วง 18 ล้อคว่ำ! เหตุฝ่าฝืน ขับเร็ว ขึ้นสะพานเบี่ยงมอเตอร์เวย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมทางหลวงเผยเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อตกสะพานมอเตอร์เวย์ เหตุใช้ความเร็วเกินกำหนด และฝ่าฝืนขึ้นสะพาน ชี้รถมากกว่า 6 ล้อห้ามใช้สะพานต่างระดับทับช้างใหม่เด็ดขาด

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า กรณีเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อที่คว่ำตกสะพานถนนมอเตอร์เวย์เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2563 เวลาประมาณ 06.14 น. ได้มีรถบรรทุกหัวลาก หมายเลขทะเบียน 78-2033 กทม. และกึ่งพ่วงหมายเลขทะเบียน 78-0636 กทม. บรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ขนส่งสินค้าข้าวบาร์เลย์ เดินทางจากคลังสินค้าร่มเกล้า (ICD) มุ่งหน้าไปต่างระดับบางปะอิน จุดหมายอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เมื่อมาถึงสะพานต่างระดับทับช้างใหม่ ผู้ขับขี่ได้ฝ่าฝืนป้ายบังคับขับรถขึ้นสะพานดังกล่าว โดยใช้ความเร็วเกินกำหนดเข้าทางโค้งรถเกิดเสียการทรงตัวทำให้เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำตกลงจากสะพานลงมาบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ตอนถนนศรีนครินทร์-บางปะกง ที่บริเวณ กม.6+900 ด้านซ้ายทาง (มุ่งหน้าพัทยา) กีดขวางการจราจร 3 ช่องทางขวา และมีข้าวบาร์เลย์ที่บรรจุอยู่ในตู้คอนเทรนเนอร์ตกกระจายกีดขวาง 2 ช่องทางขวา ทิศทางมุ่งหน้ากรุงเทพฯ สันนิษฐานเบื้องต้นขับขี่โดยประมาท ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ชื่อนายวิจักร ดอกคำ อายุ 40 ปี กู้ชีพนำผู้เสียชีวิตส่งนิติเวช รพ.ตำรวจ ตรวจสอบ มีทรัพย์สินของทางราชการเสียหายเป็นแบริเออร์ และป้ายจราจร ดำเนินการเคลื่อนย้ายและเปิดการจราจรเป็นปกติเวลา 10.23 น.นั้น

ในช่วงบ่ายวันนี้ได้สั่งการให้กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง ลงพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับพนักงานสอบสวนของกองกำกับการ 8 ตำรวจทางหลวง เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งจากที่ได้รับรายงานสรุปจากการสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลหลักฐานในเบื้องต้นพบว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นจากองค์ประกอบที่เป็นปัจจัยจากผู้ขับขี่เป็นหลัก โดยผู้ขับขี่รถบรรทุกคันดังกล่าวขับรถมาด้วยความเร็วสูง จากการตรวจสอบจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบนมอเตอร์เวย์ของศูนย์ควบคุมการจราจรกลาง (CCB ลาดกระบัง) พบรถบรรทุกคันดังกล่าวเดินทางออกจากสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า (ICD ลาดกระบัง) ด้วยความเร็วโดยประมาณ 98 กม./ชั่วโมง ก่อนขึ้นสะพานจุดเกิดเหตุ และตามข้อมูล GPS จากกรมการขนส่งทางบก พบว่าความเร็วก่อนเกิดเหตุอยู่ที่ 71 กม.ต่อ ชม. ซึ่งบริเวณดังกล่าวติดตั้งป้ายและเครื่องหมายบังคับความเร็วอยู่ที่ 60 กม.ต่อ ชม. นอกเหนือจากนั้นสะพานต่างระดับดังกล่าวอนุญาตให้ใช้เฉพาะรถเล็กเท่านั้น วิเคราะห์แล้วเกิดจากการใช้ความเร็วที่ไม่เหมาะสมกับกายภาพทางหลวง จึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียในลักษณะดังกล่าวขึ้น

มูลเหตุข้อสันนิษฐานดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลจากพนักงานสอบสวนของกองกำกับการ 8 ตำรวจทางหลวงที่ได้สอบถามข้อมูลจากหัวหน้างานของผู้ขับขี่รถที่เกิดอุบัติเหตุ ทราบว่าผู้ขับขี่จะขับรถนำสินค้าจากสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า (ICD ลาดกระบัง) เพื่อไปส่งยัง อ.บางเลน แต่ได้ออกจากต้นทางล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้ต้องเร่งรีบในการเดินทางเพื่อให้ทันกับรถคันอื่นของบริษัทที่เดินทางไปก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของศูนย์ควบคุมการจราจรกลาง (CCB ลาดกระบัง) พบว่ารถคันดังกล่าวเสียการทรงตัวขณะเข้าทางโค้งเนื่องจากแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ น้ำหนักบรรทุกในตู้คอนเทนเนอร์จึงดึงตัวรถตกลงจากสะพาน และจากการลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบว่ามีรอยเบรกของรถบรรทุกคันดังกล่าวก่อนพุ่งชนแบริเออร์ราวสะพาน ซึ่งได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย โดยกรมทางหลวงได้ทำการตรวจสอบความสูงของแบริเออร์ราวสะพาน พบว่ามีความสูงและความแข็งแรงตามมาตรฐานของกรมทางหลวง

ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และขอเรียนว่าสะพานต่างระดับทับช้างใหม่แห่งนี้ได้ก่อสร้างขึ้นและเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2562 เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ที่จะวิ่งไปยังทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ทิศทางมุ่งหน้าบางปะอิน โดยไม่อนุญาตให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ขึ้นใช้สะพาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่ผู้ขับขี่รถบรรทุกอาจใช้ความเร็วสูง (โดยรถบรรทุกขนาดใหญ่สามารถใช้สะพานเดิมได้) กรมทางหลวงมีการติดตั้งป้ายเตือนบริเวณก่อนขึ้นสะพาน พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อความผ่านป้าย VMS รวมทั้งมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด สำหรับรถที่ฝ่าฝืนมีการจับ-ปรับ ออกใบสั่งโดยตำรวจ ซึ่งหลังเกิดอุบัติเหตุนี้กรมทางหลวงจะเพิ่มมาตรการโดยการติดตั้งคานจำกัดความสูงของรถที่ระยะความสูง 3.20 เมตร

นอกจากนี้ กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้รถยนต์ 4 ล้อที่จะใช้สะพานต่างระดับทับช้างใหม่แห่งนี้ ขอใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดคือ 60 กม./ชม. และขอให้ผู้ใช้เส้นทางปฏิบัติตามป้ายเตือนและป้ายแนะนำกรมทางหลวง พร้อมทั้งใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด ตลอดจนตรวจสภาพรถให้มีความพร้อมในการใช้งานและไม่ขับรถขณะร่างกายไม่พร้อมหรือมีอาการง่วงนอน

หากเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา และหมายเลข 9 บางพลี-บางปะอิน และต้องการความช่วยเหลือสามารถโทร.แจ้งได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 กด 7 ตลอด 24 ชั่วโมง










กำลังโหลดความคิดเห็น...