xs
xsm
sm
md
lg

“เคานต์ดาวน์อีเวนต์” คึกคัก “สวดมนต์ข้ามปี” ดึงฐานผู้ใหญ่-แสวงบุญ ททท.ลุยจัดทั่วไทยกระตุ้น 2 หมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



การตลาด - งานเคานต์ดาวน์ปี 62 สู่ปี 63 คึกคัก คาดมีมูลค่าการจัดงานราว 1,000 ล้านบาท เพียงคืนข้ามปีเพียงคืนเดียวทำเงินเป็นสัดส่วน 8-10% ของภาพรวมอีเวนต์ทั้งปี ประเมินเม็ดเงินที่เกิดจากงานเคานต์ดาวน์ทั่วประเทศจะสะพัดไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท แย้ม “สวดมนต์ข้ามปี” คู่สำคัญ ดึงฐานผู้ใหญ่ไปแบบสาธุ ททท.คึกลุยจัดและสนับสนุนเคานต์ดาวน์ทั่วไทย กระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ภาพรวมอุตสาหกรรมอีเวนต์ในประเทศไทยปี 2562 นี้ ถึงแม้ว่าจะมีแนวโน้มตกลงอีก 4% จาก 13,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา หรือน่าจะมีมูลค่าราว 12,500 ล้านบาท อันเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจไทยและโลกที่ชะลอตัวลง และในปีหน้าจะหดตัวลงอีก 5% แต่โดยธรรมชาติของธุรกิจอีเวนต์แล้วจะคึกคักมากสุดในช่วง 4 เดือนแรกของปี เพราะเป็นช่วงเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตามมาด้วยตรุษจีน อีกทั้งยังเป็นช่วงการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ด้วย หลังจากนั้นจะเงียบลง และกลับมาบูมอีกครั้งในช่วงเดือนสุดท้ายของปี โดยเฉพาะคืนวันสุดท้ายของปี กับงานเคานต์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่





นายเกรียงไกร กาญจนโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้นำแห่งวงการอีเวนต์ทั้งในไทยและระดับสากล ได้กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยนิยมจัดงานเคานต์ดาวน์กันมากขึ้น เรียกได้ว่าปัจจุบันแทบทุกจังหวัดจะมีการจัดงานเคานต์ดาวน์กันหมด ซึ่งเมื่อรวมกับศูนย์การค้าดังๆ หลายแห่งที่จัดขึ้นทุกปี รวมกับงานเคานต์ดาวน์แบบปิดอีกจำนวนหนึ่ง จึงมองว่าต่อปีจะมีการจัดงานเคานต์ดาวน์ร่วมร้อยงาน

คาดเคานต์ดาวน์สะพัดกว่า 5 พันล้านบาท

ขณะที่มูลค่าการจัดงานเคานต์ดาวน์คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท บวกลบไม่เกินนี้ เพราะสเกลการจัดงานใหญ่สุดก็ไม่น่าจะเกิน 10 ล้านบาท แต่หากมองเม็ดเงินที่จะสะพัดภายในการจัดงานเคานต์ดาวน์แล้วน่าจะมีอย่างน้อย 5 เท่า หรือไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท หรืออาจกล่าวได้ว่าเฉพาะคืนข้ามปีเพียงคืนเดียว มูลค่าอีเวนต์ทำได้ถึง 8-10% ของภาพรวมอุตสาหกรรมอีเวนต์ทั้งปีเลยทีดัยว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากระแสของการจัดงานเคานต์ดาวน์จะมีจำนวนการจัดงานเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ยังมีอีเวนต์ประเภทหนึ่งที่ถือเป็นคู่แข่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ “การสวดมนต์ข้ามปี” ถือเป็นอีเวนต์อีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมและมีการจัดเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน โดยดึงเอาฐานกลุ่มที่เคยร่วมงานเคานต์ดาวน์ไปได้บางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และกลุ่มที่มีความศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า เห็นได้จากเรตติ้งการถ่ายทอดสดระหว่างช่วงเคานต์ดาวน์ กับสวดมนต์ข้ามปีของทางช่อง 7 ที่พบว่าเรตติ้งสวดมนต์ข้ามปีสูงกว่าเรตติ้งเคานต์าวน์อย่างมีนัย

ในอนาคตแนวโน้มการสวดมนต์ข้ามปีจะมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น จากการที่ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือประชากรที่เป็นผู้ใหญ่มีมากกว่าเด็ก ดังนั้น การจัดงานเคานต์ดาวน์ในอนาคตอาจจะต้องวางแผนให้ลึกกว่านี้ รวมถึงการจัดงานเคานต์ดาวน์ครั้งต่อๆไป อาจจะต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย

ในส่วนของอินเด็กซ์เองเกือบ 10 ปีที่ผ่านมาจะได้รับมอบหมายในการรับจ้างจัดงานเคานต์ดาวน์ที่เซ็นทรัลเวิลด์มาโดยตลอด แต่ล่าสุดในปีนี้ไม่ได้รับงานที่เซ็นทรัลเวิลด์แล้วจึงได้หันมาจัดงานเคานต์ดาวน์ของตัวเอง โดยจับมือกับ ดับเบิลยู ดิสทริค จัดงานเคานต์ดาวน์ “THE HELIPAD 360 องศา EXCLUSIVE PARTY AT THE SKY EXPERIENCE” ที่ชั้น 46 และชั้น 50 อาคารสกายวอล์ค คอนโดมิเนียม ในโครงการดับเบิ้ลยู ดิสทริค (W District) คาดว่าจะมีผู้ร่วมงาน 1,000 คน ใช้งบลงทุน 5 ล้านบาท ราคาบัตรไม่ต่ำกว่า 2,000 บาทขึ้นไป ถือเป็นงานโอนโปรเจกต์ล่าสุดของทางอินเด็กซ์ที่ต้องการเน้นมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในส่วนของรับจ้างจัดงานที่ไม่แน่นอน


ค้าปลีกยักษ์ ดูดคนร่วมเคานต์ดาวน์

อย่างไรก็ตาม กระแสการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า 2562 ต้อนรับปีใหม่ 2563 ในปีนี้ มีแนวโน้มดีอย่างต่อเนื่อง แต่ละพื้นที่พร้อมจัดงานเคานต์ดาวน์อย่างคึกคัก โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ปีนี้จะมีจุดหมายปลายทางของการจัดงานเคานต์ดาวน์หลายพื้นที่ให้เลือกไปฉลองมากขึ้น โดยเฉพาะที่เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ถือเป็นเดสติเนชันของการเคานต์ดาวน์เป็นอันดับ 1 ของไทย

โดย ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น กล่าวว่า ปีนี้บริษัทฯ ได้จับมือพันธมิตรสร้างเคานต์ดาวน์ยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ และทั่วประเทศ ด้วยงาน “Thailand & AIS Bangkok Countdown 2020” ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 62 นี้ ชูความเป็นเจ้าตลาดจัดงานเคานต์ดาวน์ ทั้งในระดับประเทศและในระดับโลก โดยการจัดงานในปีนี้จะชูกลยุทธ์ “Go Global - Love Local” โดยในประเทศไทย เราต้องการเป็นเซ็นเตอร์ออฟไลฟ์ของทุกจังหวัดในทุกช่วงเทศกาล ส่วนในระดับโลก มีเซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นหัวหอกบุกในระดับอินเตอร์ เป็นจุดแลนด์มาร์กเคานต์ดาวน์ระดับโลก

โดยเฉพาะลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ย่านราชประสงค์ ซึ่งกลายเป็นแลนด์มาร์กการจัดงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดระดับโลก การันตีด้วยตำแหน่งไทม์สแควร์แห่งเอเชีย และหนึ่งในสถานที่เคานต์ดาวน์ติดอันดับโลกจากซีเอ็นเอ็น ที่ได้ร่วมมือกับ 4noloque นักจัดคอนเสิร์ตมือโปรที่เคยจัดการแสดงให้กับวงเคป็อปชื่อดังมาแล้วมากมาย เพื่อยกระดับคอนเสิร์ตให้มีมาตรฐานเทียบเท่าคอนเสิร์ตใหญ่ระดับโลก โดยมีไฮไลต์คือ การสร้างเวทีไฮดรอลิกใจกลางกรุงเทพฯ ที่เคลื่อนที่ได้สูงกว่าตึก 4 ชั้น ยาวถึง 220 เมตร ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้คนไทยและนักท่องเที่ยวได้ชมคอนเสิร์ตและนับถอยหลังร่วมกันอย่างเต็มตา

ยังมีโชว์พลุสุดอลังการกว่า 4,000 นัด ยาวนานกว่า 5 นาที สำหรับการสร้าง “4 Memorable Countdown Experiences” ในคืนวันเคานต์ดาวน์ ได้แก่ 1. World-Best & Original (ดีที่สุด) เป็นการร่วมประสบการณ์นับถอยหลังข้ามปี 2. Entertainment (มันที่สุด) ฟรีคอนเสิร์ต ศิลปินดังมากมาย ไม่มีค่าใช้จ่าย 3. Easy Access Location with Good Safety (แฮปปี้ที่สุด) สบายใจด้วยโลเกชันเข้าถึงง่ายและมีความปลอดภัย และ 4. Exclusive Experience (พิเศษที่สุด) สร้างความรู้สึกเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยการได้รู้สึกเป็นคนพิเศษ 150 คน ที่ได้นั่งในโซน Fan Zone ที่นั่งพิเศษแบบวีไอพี เมื่อใช้จ่ายในศูนย์ฯ ครบ 3,000 บาท ระหว่าง วันที่ 18-31 ธ.ค. รับสิทธิ์ฟรีทันที 2 ใบ เฉพาะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ซีพีเอ็นยังจัดงาน Thailand Countdown 2020 ปักหมุด 11 เคานต์ดาวน์แลนด์มาร์กขวัญใจประจำจังหวัด ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 11 สาขาทั่วประเทศ เช่น เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, เซ็นทรัล ภูเก็ต, เซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา, เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช, เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี, เซ็นทรัลพลาซา นครศรีธรรมราช, เซ็นทรัลพลาซา พิษณุโลก และเซ็นทรัลมารีนา


นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้ร่วมมือกับพันธมิตรและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2020” ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์พร 7 ประการ ณ ริเวอร์พาร์ค” ไอคอนสยาม มีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมอันวิจิตรงดงามที่ถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า ไฮไลต์การแสดงพลุทำจากข้าวเหนียวไทย นวัตกรรมการสร้างสรรค์พลุแบบรักษ์โลกจากญี่ปุ่นซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนโค้งน้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 1,400 เมตร คาดว่าจะชมได้ในรัศมี 2 กิโลเมตร

ปีนี้ได้เพิ่มพื้นที่จุดชมพลุ บนชั้น 7 ไอคอนสยามด้วย และยังสามารถรับชมการแสดงพลุได้ที่จุดรับชมต่างๆ ได้แก่ สวนเฉลิมพระเกียรติ, ท่าเรือสาทร, ท่าเรือวัดสุวรรณ, สถานีตำรวจน้ำ 2, CAT บางรัก, ท่าเรือคลองสาน, โบสถ์กาลหว่าร์ (Holy Rosary Church), ลานจอดรถสำเพ็ง รวมถึงสถานที่พันธมิตรผู้ร่วมจัดงาน เช่น ย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง, ล้ง 1919, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์, โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ, โรงแรมเพนนินซูล่า กรุงเทพฯ, โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน, โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ, โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เป็นต้น

สำหรับการแสดงพลุ ประกอบด้วย พลุ 7 องก์ ในคอนเซ็ปต์ “มหัศจรรย์พร 7 ประการ” ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์แผ่นดินไทยอันเจริญรุ่งเรืองด้วย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร และผืนน้ำอันเป็นบ่อเกิดแห่งการผลิดอกออกผล โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงปกครอง ให้ความร่มเย็นแก่ปวงชนชาวไทยมาช้านาน ซึ่งพลุ 7 องก์ล้วนมีความหมายมหามงคล

นางสาวคณิญญาณ์ กออนันตกุล (ซ้าย) หัวหน้าแผนกปฏิบัติการ การตลาดกลุ่มรีเทลและคอมเมอร์เชียล พร้อมด้วย นางสาวเปรมินทร์ เลอนรเสฎฐ์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไปโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ บริหารโดย แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น หรือ AWC ผนึกพลังพันธมิตรยักษ์ใหญ่ ‘ช้าง กสิกรไทย และ ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส x ดรีมครูซ’ เป็นปีที่ 9 ในงาน ‘ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น พรีเซนต์ส เอเชียทีค ไทยแลนด์ เคานต์ดาวน์ 2020’ พร้อมมหกรรมคอนเสิร์ตจากศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย พิเศษกับเพลง “พรปีใหม่” ที่นำมาเรียบเรียงใหม่ โดย ปั๊ม-อพาร์ตเม้นท์คุณป้า ซึ่งได้ มาเรียม เกรย์ Diva of R&B มาเป็นผู้ขับร้อง และไฮไลท์ การแสดงพลุจากทีม PYRO 2000 แชมป์โลกจากประเทศอังกฤษ ที่กวาดแชมป์มาแล้วทั่วโลก

ส่วนในต่างจังหวัดนั้นยังคงอยู่ที่ จ.ขอนแก่น ที่จัดงานเคานต์ดาวน์ต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่มาพร้อมกับการสร้างสถิติใหม่ ของคลื่นมนุษย์ทุกปี รวมไปถึงจังหวัดชลบุรี อย่าง กับงานเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เมืองพัทยา ที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 (โมโนทเวนตี้ไนน์) ในเครือโมโนกรุ๊ป ร่วมกันจัดมหกรรมความบันเทิงเฉลิมฉลองใหญ่ในงาน “PATTAYA COUNTDOWN 2020” (พัทยา เคานต์ดาวน์ 2020) ขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่การท่องเที่ยวเมืองพัทยา, รองรับแผนการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่ สู่การท่องเที่ยวระดับโลก โดยได้จัดขึ้นตลอด 3 วัน 3 คืน ตั้งแต่วันที่ 29-31 ธันวาคม 2562 นี้ ณ ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวเมืองพัทยา (แหลมบาลีฮาย) จังหวัดชลบุรี เป็นต้น


ททท.จัด-สนับสนุนเคานต์ดาวน์ทั่วไทย

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงส่งท้ายปีเก่า 2562 ต้อนรับปีใหม่ 2563 นี้ ททท.กำหนดจัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2020” เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งในพื้นที่เมืองหลักและเมืองรอง เพื่อกระจายรายได้ไปยังพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง พร้อมรักษาคุณค่าของวัฒนธรรมและอัตลักษณ์อันดีงามของไทย โดยเสนอการจัดงานรูปแบบรักษ์โลก ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในปีนี้ ททท.ได้จัดกิจกรรมใน 6 พื้นที่เมืองรองตามภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย ลพบุรี ราชบุรี สระแก้ว กาฬสินธุ์ และพัทลุง รวมทั้งไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร

ททท.คาดว่าอัตราการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2563 ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2562 - 1 มกราคม 2563 (รวม 5 วัน) จะมีชาวไทยเดินทางภายในประเทศมากกว่า 3.16 ล้านคน-ครั้ง และมีการใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า 1.18 หมื่นล้านบาท เป็นช่วงที่คนไทยส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนา และถือโอกาสเดินทางพักผ่อน กอปรกับอยู่ในช่วงแคมเปญ “100เดียวเที่ยวทั่วไทย” และ “วันธรรมดาราคา Shock โลก” ที่ ททท.กระตุ้นให้เกิดการเดินทางในประเทศของคนไทยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้


สำหรับอัตราการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเที่ยวไทยช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 6.9 แสนคน (+4%) และสร้างรายได้ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท (+4%) คาดว่าเป็นผลจากการการฟื้นตัวของตลาดจีนและอินเดีย รวมถึงการเปิดเที่ยวบินใหม่ 380 เที่ยวบิน

อีกทั้ง ททท.มีการจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาดต่างประเทศอยู่อย่างต่อเนื่อง และเสริมด้วยมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว อาทิ มาตรการการให้ส่วนลดค่าบริการขึ้น-ลงท่าอากาศยาน 50% จากอัตราปกติแก่เที่ยวบินระหว่างประเทศ เป็นเวลา 5 เดือน (1 ธันวาคม 2562 - 30 เมษายน 2563) การขยายระยะเวลาเปิดด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย และ ไทย-สปป.ลาว ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดยาว การใช้ระบบ e-Visa รวมถึงการขยายเวลามาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม VOA ไปถึง 30 เมษายน 2563

ส่วนการจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2020 ในพื้นที่ 6 เมืองรอง ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย กาฬสินธุ์ ราชบุรี ลพบุรี สระแก้ว และพัทลุงนั้น คาดว่าจะสร้างบรรยากาศความคึกคักให้กับการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่กว่า 2.25 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้กว่า 500 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...