xs
xsm
sm
md
lg

บิ๊กธุรกิจมะกัน 46 บริษัทพบ “พาณิชย์” ย้ำเดินหน้าค้าขายกับไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สหรัฐฯ ขนทัพนักธุรกิจใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ รวม 46 บริษัท 108 ราย เข้าพบ “พาณิชย์” สอบถามนโยบายด้านการค้า การลงทุน และการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ย้ำบรรยากาศการเมืองดีขึ้น จึงสนใจมากันเพียบ ด้าน “จุรินทร์” ยันรัฐบาลมีนโยบายต้อนรับนักลงทุน เน้นความสะดวก ง่าย หนุนเศรษฐกิจทันสมัย พร้อมขอสหรัฐฯ ใช้วัตถุดิบในประเทศ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร

นางศิริพร ไชยสุต รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายยุทธศาสตร์เอเชีย-แปซิฟิก บริษัท เชฟรอนเอเชียแปซิฟิก จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่เป็นสมาชิกของสภานักธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯ (USABC) ที่เดินร่วมคณะเข้าพบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เป็นการนำคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ เข้าพบหน่วยงานระดับรัฐบาลเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ในรอบ 35 ปี และถือว่าใหญ่ที่สุด เพราะมีจำนวนมากถึง 46 บริษัท จำนวน 108 ราย เยอะกว่าตอนไปมาเลเซียและเวียดนาม หรือที่ใดๆ ที่ผ่านมา เพื่อขอทราบนโยบายด้านการค้า การลงทุน และการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจของไทยกับสหรัฐฯ

“บริษัทที่มาทั้ง 46 บริษัท รวมถึงบริษัทที่ยังอยู่ในสหรัฐฯ อยากรู้นโยบายและการเป็นหุ้นส่วนกับไทย เพราะนักลงทุนสหรัฐฯ มีความรัก ความชอบไทยอยู่แล้ว และยิ่งไทยผ่านการเลือกตั้ง มีรัฐบาลใหม่ ทำให้บรรยากาศการเมืองดีขึ้น ก็อยากจะมากัน” นางศิริพรกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทสหรัฐฯ 46 บริษัท ที่เดินทางมาพบกับนายจุรินทร์ในครั้งนี้ เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ และส่วนใหญ่มีการลงทุนหรือทำธุรกิจในไทย เช่น 3เอ็ม, แอร์บีเอ็นบี, อเมซอน, เบเยอร์, เพาเวอร์กรุ๊ป เอเชีย, คาร์กิลล์, เชฟรอน, ซิกน่า, ซิสโก้, ซิตี้, โคโนโคฟิลลิปส์, ดิอาจิโอ, ดาว, เอ็กซอนโมบิล, เฟดเอ็กซ์, ฟอร์ด, การ์เดี้ยน อินตัสตรี, ฮาร์เลย์ เดวิดสัน, เฮอร์บาไลฟ์, เอชพี, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, แมริออท, McLarty Associates, เน็ตฟลิก, ออราเคิล, เพย์พาว, เป๊บซี่โค, พีเอ็มไอ, พีแอนด์จี, ซีเกท, ทีอีคอนเน็คทิวิตี้, ไทสัน, แอปเปิล, เอ็มเอสดี, เอ็กซ์พีเดีย, อโกดา, กูเกิล, ควอลคอมม์ เป็นต้น

ด้านนายจุรินทร์กล่าวว่า คณะนักธุรกิจสหรัฐฯ จำนวน 46 บริษัท 108 คน ซึ่งถือเป็นคณะที่ใหญ่ที่สุดที่ได้มีการรวมตัวกันไปพบกับผู้แทนของรัฐบาลประเทศต่างๆ โดยได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายประเด็น และต้องการที่จะสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับไทยให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งในด้านการค้า การลงทุน

ทั้งนี้ ได้แจ้งกับทางนักธุรกิจสหรัฐฯ ไปว่ารัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมให้นักธุรกิจทำธุรกิจได้ง่าย สะดวก เพื่อดึงดูดการลงทุนและการเข้ามาทำธุรกิจในไทย และยืนยันว่าไทยมีการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจทันสมัยควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ขณะเดียวกัน ได้ฝากให้นักธุรกิจสหรัฐฯ ที่เข้ามาลงทุนในไทย ได้ใช้วัตถุดิบภายในประเทศในการผลิตสินค้าและบริการ และที่สำคัญ ขอให้ใช้ระบบเกษตรพันธสัญญาเพื่อช่วยดูแลราคาสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกรที่ผลิตสินค้าคุณภาพและให้ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในการผลิตยางรถยนต์ด้วย

นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงความคืบหน้าการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ที่มีแนวโน้มจะสรุปผลการเจรจาภายในสิ้นปีนี้ และท่าทีของไทยต่อการเข้าร่วมความตกลงครอบคลุมและก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ซึ่งสหรัฐฯ อยากเห็นความก้าวหน้า เพราะเป็นผลดีต่อนักลงทุนสหรัฐฯ ที่จะขยายตลาดได้ใหญ่ขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...