xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์” รุกหนักทำแผนเจาะตลาดครึ่งปีหลัง มั่นใจยอดส่งออกโตตามเป้า 3%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พาณิชย์” กางแผนผลักดันการส่งออกช่วงครึ่งปีหลัง เตรียมลุยเจาะเป็นรายภูมิภาค รายประเทศ และรายเมือง เตรียมจัดกิจกรรมถี่ยิบ ทั้งจัดทีมบุกเจาะเป็นรายสินค้า เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จับมือห้าง ผู้นำเข้าจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าไทย และส่งเสริมการค้าบริการ และผลักดันการลงทุน มั่นใจดันยอดทั้งปีโตตามเป้าหมาย 3%

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดทำแผนขับเคลื่อนการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 เพื่อผลักดันให้การส่งออกของไทยในปี 2562 เป็นไปตามที่ได้ตั้งไว้ที่ 3% โดยการดำเนินการจะเน้นการบุกเจาะตลาดเป็นรายภูมิภาค รายประเทศ และลงลึกถึงรายเมือง และเมืองรองที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างโอกาสในการขยายการส่งออกสินค้าไทย การขยายตลาดการค้าบริการ และการผลักดันให้คนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ

สำหรับแผนผลักดันการส่งออก ได้แก่ ภูมิภาคอเมริกา จะเน้นการขยายตลาดเป็นรายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากสงครามการค้า การเจาะตลาดทางผู้นำเข้ารายกลางและเล็กที่มีอยู่ประมาณ 2 แสนราย การเจาะตลาดเป็นรายกลุ่ม เช่น ฮิสแปนิก ชาวเอเชีย มิลเลนเนียล เจนแซด การเร่งประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้า บริการ และแบรนด์ไทย เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมในหมู่ผู้บริโภค และส่งเสริมให้ไทยเข้าไปลงทุนในประเทศที่สหรัฐฯ มี FTA ด้วย

ตลาดจีน จะเน้นการส่งเสริมสินค้าเป้าหมายที่ตลาดต้องการ เช่น ฮาลาล ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง สินค้าสุขภาพและความงาม และธุรกิจบริการ การเจาะตลาดเมืองรอง ด้วยการจัดกิจกรรมร่วมกับผู้นำเข้า และห้างสรรพสินค้า เน้นผลไม้ ในเมืองกว่างโจว เซียะเหมิน คุนหมิง หนานหนิง ชิงเต่า เซี่ยงไฮ้ หางโจว ฉงชิ่ง ฮ่องกง รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในเมืองคุนหมิง หนานหนิง เซี่ยงไฮ้ จัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจและต่อยอดความร่วมมือบนเส้นทาง Belt & Road Initiative เขตเศรษฐกิจพิเศษ Greater Bay Area เพื่อเชื่อมโยงกับ EEC ของไทย การผลักดันการค้าออนไลน์ โดยร่วมมือกับ Alibaba, JD และแพลตฟอร์มอื่นๆ และผลักดันการค้าผ่าน Cross-Border E-Commerce เข้าสู่ 35 เมืองนำร่องของจีนที่ได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีและอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากรจากรัฐบาล รวมถึงการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย และอินฟลูเอนเซอร์ในการทำตลาดให้กับสินค้าไทย

ตลาดอาเซียน จะเน้นการสร้างเครือข่ายกับธุรกิจจากจีนที่ย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียน เพื่อสนับสนุนสินค้าไทยเข้าไปอยู่ใน Value Chain ส่งเสริมการลงทุนของธุรกิจไทยในอาเซียน โดยเฉพาะ CLMV เพื่อใช้ประโยชน์จาก GSP ในการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป เจาะตลาดเมืองรอง เช่น ดาเวา ของฟิลิปปินส์ เสียมราฐ ของกัมพูชา สุราบายา ของอินโดนีเซีย ซาบาห์ ซาราวักของมาเลเซีย มัณฑะเลย์ของพม่า ไฮฟองและเกิ่นเทอของเวียดนาม และแขวงอุดมไชยของลาว ผลักดันสินค้าท้องถิ่นเจาะตลาดอาเซียน ส่งเสริมการค้าชายแดน ผลักดันส่งออกสินค้าใหม่ เช่น ซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันสำหรับการบริหารจัดการธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม สปา สินค้า Content เกม Animation ต่างๆ ส่งเสริมการค้าออนไลน์ในอาเซียน รวมทั้งการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าและบริการของไทย

ตลาดเอเชียใต้ จะเร่งสร้างความสัมพันธ์ในระดับสูง เพื่อผลักดันความร่วมมือการใช้ FTA ลดอุปสรรคและภาษี การเจาะตลาด 8 รัฐ 8 เมือง ที่เป็นเมืองรองของอินเดีย โดยจะมีกิจกรรมทั้งการจัดประชาสัมพันธ์สินค้าไทย การเจรจาธุรกิจ งานแสดงสินค้า ได้แก่ รัฐคุชราช เมืองเป้าหมาย อาห์เมดาบัด สุราต, รัฐมหาราษฎระ เมืองเป้าหมาย มุมไบ ปูเน่, รัฐทมิฬนาฑู เมืองเป้าหมาย เจนไน, รัฐเตลังกานา เมืองเป้าหมาย ไฮเดอราบาด, เดลี เมืองเป้าหมาย กรุงนิวเดลี, รัฐ 7 สาวน้อย เมืองเป้าหมาย กูวาฮาติ อิมฟาล, รัฐเวสต์เบงกอล เมืองเป้าหมายกัลกัตตา และรัฐกรณาฏกะ : เมืองเป้าหมาย บังคาลอร์ การส่งเสริมธุรกิจไทยไปทำธุรกิจในอินเดีย การส่งเสริมธุรกิจบริการ เช่น บริการสุขภาพและความงาม รับจัดงานแต่งงาน การถ่ายทำภาพยนตร์ และบริการโลจิสติกส์


ตลาดละตินอเมริกา จะเน้นแลกเปลี่ยนการเยือนของคณะผู้แทนการค้าระดับสูง เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าการลงทุน การจัดคณะผู้แทนการค้าไปเยือนเปรู ปารากวัย และชิลี การส่งเสริมการลงทุนของไทยในละตินอเมริกาในสาขาที่มีศักยภาพ เช่น แร่ลิเทียม พลังงานหมุนเวียน เกษตรแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง (อาร์เจนตินา) แปรรูปผลไม้และอาหารทะเล พลังงานหมุนเวียน ก่อสร้าง (ชิลี) น้ำมัน ก๊าซ ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร ร้านอาหารไทย สปา (เม็กซิโก)

ตลาดเอเชียตะวันออกและทวีปออสเตรเลีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะแปซิฟิก มีแผนจะเชื่อมโยงความร่วมมือระดับจังหวัดไทยกับญี่ปุ่น โดยได้ดำเนินการไปแล้วกับวากายามะ และมีแผนขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ รวมถึงร่วมมือในการพัฒนาสินค้าโดยเน้นนวัตกรรม การออกแบบ การผลักดันขยายธุรกิจค้าปลีกไทยในออสเตรเลีย ในลักษณะ Thai Town และส่งเสริมการขยายตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์

ตลาดตะวันออกกลาง จะเน้นการจัดคณะผู้แทนการค้า การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า การหาทางลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เช่น การขนส่งผลไม้สดทางเรือแทนทางอากาศ การเจาะตลาดเมืองรอง เช่น โอมาน บาห์เรน อิรัก เยเมน ไซปรัส เลบานอน การสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทย และการส่งเสริม SMEs ภูมิภาคร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ในการขยายตลาดตามยุทธศาสตร์ local to Global

ตลาดแอฟริกา จะเน้นการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ การเจาะเข้าสู่ประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล เช่น ตลาดเอธิโอเปียผ่านจิบูติ การจัดตั้งคณะทำงานศึกษาข้อมูลด้านการตลาดเชิงลึกในภูมิภาคแอฟริกา (Special Task Force) การส่งเสริมให้มีการขยายธุรกิจไทยในต่างประเทศ (Outward Investment) ได้แก่ ส่งเสริมการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติเหลวในโมซัมบิก โรงไฟฟ้าในแอฟริกาใต้ อาหารและเครื่องดื่มในไนจีเรีย และการจัดทำคลิปวิดีโอเผยแพร่ข้อมูลด้านการตลาดเชิงลึก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการไทย

ตลาดยุโรป จะเน้นการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสผลักดันสินค้า SMEs เข้าสู่ตลาด ประชาสัมพันธ์อาหารไทยผ่านบล็อกเกอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ ผลักดันสินค้าท้องถิ่นเข้าสู่ตลาดผ่านห้างโลตัส ร่วมมือพัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรม และการเจาะกลุ่มเฉพาะ เช่น ตลาด HORECA ซึ่งประกอบไปด้วยธุรกิจโรงแรม (Hotel) ร้านอาหาร (Restaurant) และกาแฟและธุรกิจจัดเลี้ยง (Café and Catering)

ตลาดรัสเซีย และ CIS จะสนับสนุนการเจรจา FTA ไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย ผลักดันความร่วมมือภาครัฐและเอกชน สร้างเครือข่ายผู้นำเข้าและโลจิสติกส์ การเจาะตลาดในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย ภูมิภาคไซบีเรีย คาซัคสถาน และเบลารุส แต่งตั้งตัวแทนการค้า (Trade Representative) ณ เมืองวลาดิวอสตอค ช่วยทำหน้าที่ขยายตลาดฝั่งตะวันออกไกลของรัสเซีย และร่วมสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ในการส่งเสริมสินค้าและบริการของไทยกับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย


กำลังโหลดความคิดเห็น...