xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์”จับมือสภาวิชาชีพบัญชี-ก.ล.ต. ปรับโครงสร้างการกำกับดูแลคุณภาพงานสอบบัญชี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พาณิชย์”ถกสภาวิชาชีพบัญชี-ก.ล.ต. ปรับโครงสร้างการกำกับดูแลคุณภาพงานสอบบัญชี เน้นครอบคลุมทั้งผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชี เตรียมแก้กฎหมายพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ และพ.ร.บ.วิชาชีพบัญชีรองรับ พร้อมเร่งเพิ่มจำนวนผู้สอบบัญชีในตลาดทุนให้มีความสัมพันธ์กับจำนวนบริษัทจดทะเบียน ป้องกันการขาดแคลนในอนาคต

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้หารือร่วมกับนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล นายกสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ และน.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเตรียมปรับโครงสร้างการกำกับดูแลคุณภาพงานสอบบัญชีของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันจะเน้นด้านการกำกับดูแลผู้สอบบัญชีเป็นหลัก หากผู้สอบบัญชีมีการปฏิบัติงานบกพร่องหรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแล้ว ตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 กำหนดให้ผู้สอบบัญชีเท่านั้นที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย ซึ่งความเห็นของทุกฝ่ายเห็นว่าควรพิจารณาแก้ไขการกำกับดูแลให้ครอบคลุมถึงสำนักงานสอบบัญชีด้วย เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศสมาชิก International Forum of Independent Audit Regulator (IFIAR) จำนวน 55 ประเทศ รวมถึงไทย มีการกำกับทั้งผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชี จำนวน 52 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น

“สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการจ้างผู้วิจัยมาทำการศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีในต่างประเทศ เพื่อนำมาประกอบการแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ในขณะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอปรับปรุง พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ.2547 เพื่อให้รองรับและสอดคล้องกับการปรับโครงสร้างการกำกับดูแลคุณภาพงานสอบบัญชีด้วยเช่นกัน”นายบุณยฤทธิ์กล่าว

นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า ยังได้มีการหารือถึงประเด็นที่จะเอื้อต่อการเพิ่มจำนวนผู้สอบบัญชีในตลาดทุนให้มีความสัมพันธ์กับจำนวนบริษัทจดทะเบียน เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดทุนไทยในอนาคต โดยการสร้างแรงจูงใจเพื่อให้ผู้สอบบัญชีเข้ามาเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนมากยิ่งขึ้น เช่น การจัดหาเครื่องมือในการตรวจสอบ การพัฒนาองค์ความรู้ที่จำเป็น การจัดหาที่ปรึกษาเมื่อมีข้อโต้แย้งกับผู้ประกอบการ เป็นต้น

“สัดส่วนผู้สอบบัญชีในตลาดทุนมีจำนวนค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับจำนวนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทั้งหมด ปัจจุบันมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต จำนวน 9,988 ราย แต่มีผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (สำนักงาน ก.ล.ต.ให้ความเห็นชอบ) จำนวน 240 รายเท่านั้น คิดเป็น 2.40% ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทั้งหมด ในขณะที่มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 712 บริษัท เมื่อเปรียบเทียบกับผู้สอบบัญชีในตลาดทุนจะอยู่ในอัตราส่วน 3 บริษัท ต่อ 1 ผู้สอบบัญชี ซึ่งถือว่ามีปริมาณที่ไม่สมดุลกัน และในอนาคตอาจเกิดปัญหาการขาดแคลนได้ หากไม่สามารถเพิ่มจำนวนผู้สอบบัญชีในตลาดทุน”นายบุณยฤทธิ์กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...