xs
xsm
sm
md
lg

“อาคม” บีบจีนยึด กม.ไทย เซ็นสัญญาระบบไฮสปีด-คลังจ่อรับดอกเบี้ย 3%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“อาคม” ยันเจรจารถไฟไทย-จีน ยึด กม.ไทยและระเบียบจัดซื้อจัดจ้างปี 60 เงื่อนไขรับประกัน 2 ปี ค่าปรับงานไม่เกิน 0.1% ระบุรับไม่ได้กรณีจีนไม่ร่วมรับผิดชอบใดๆ เผยคลังยอมรับดอกเบี้ย 3% เร่งสรุปสัญญา 2.3 และชงของบ 797 ล้านออกแบบเฟส 2


นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานคณะกรรมการบริหารโครงการรถไฟไทย-จีน ว่าคณะกรรมการฝ่ายไทยได้หารือถึงรายละเอียดของสัญญา 2.3 (สัญญาการวางราง และระบบการเดินรถ ระบบอาณัติสัญญาณ พร้อมขบวนรถ) มูลค่า 38,558.35 ล้านบาท ในรายละเอียดและเงื่อนไข เรื่องความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายซึ่งจะพยายามเจรจาเพื่อหาข้อยุติในการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 27 ที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 27 ก.พ. - 1 มี.ค. 2562 จากนั้นจะสรุปเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งเป้าลงนามสัญญา 2.3 ในเดือน มี.ค. 2562

โดยสัญญา 2.3 นั้นจะเป็นงานเหนือรางขึ้นไป เช่น การวางราง ไม้หมอน เสาสัญญาณ ระบบอาณัติสัญญา ตัวรถ และการดูแลรักษา โดยมีประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป เช่น จีนเสนอรับประกันรถไฟความเร็วสูงหรือการันตีให้ 1 ปี ซึ่งฝ่ายไทยไม่ยินยอม โดยต้องการให้รับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานสากล ส่วนค่าปรับกรณีการทำงานล่าช้าต่อวัน จีนเสนอค่าปรับ 0.0001% ของวงเงินสัญญา จำกัดเพดาน 5% ซึ่งตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างปี 2560 กำหนด 0.01-0.1% เพดานที่ 10% และค่าปรับกรณีงานก่อสร้างงานโยธาที่ฝ่ายไทยทำล่าช้า จีนจะขอเคลมเป็นเงินค่าปรับซึ่งตามกฎหมายไทยไม่มี โดยจะให้มีการขยายเวลาดำเนินงานแทน เพราะความล่าช้าอาจจะเกิดจากปัญหาการเข้าพื้นที่ไม่ได้ เป็นต้น

“จุดยืนของไทยใช้กฎหมายไทยเป็นหลัก ขณะที่จีนเสนอมาหลายอย่าง และข้อเสนอส่วนใหญ่จีนจะไม่ได้ร่วมรับผิดชอบใดๆ ซึ่งไทยยอมไม่ได้ เราต้องต้องใช้กฎหมายไทยเป็นหลัก ทำให้ตอนนี้ยังตกลงกันไม่ได้ ต้องเจรจาต่อไป”

สำหรับกรอบวงเงินสัญญา 2.3 นั้น อยู่ระหว่างการโยกย้ายรายการก่อสร้างจากงานโยธา เนื่องจากจีนใส่รายการผิดพลาด เป็นการโยกงบซึ่งไม่ทำให้วงเงินโครงการเพิ่มแต่อย่างใด เช่น รถอัดหิน อุปกรณ์ต่างๆ

สำหรับเงินกู้ เบื้องต้นกระทรวงการคลังแจ้งว่าอัตราดอกเบี้ยที่จีนเสนอไม่เกิน 3% ระยะปลอดดอกเบี้ย 5 ปี ระยะเวลากู้ทั้งหมด 25 ปี เป็นเงื่อนไขที่รับได้ในขณะนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งเงินอื่นซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นผู้เจรจาซึ่งรอการสรุปเนื้องานและกรอบวงเงินของสัญญา 2.3 ประกอบการพิจารณาด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า การโยกย้ายรายการก่อสร้างจากงานโยธามาใส่ในเนื้องานสัญญา 2.3 ทำให้มีการปรับเพิ่มวงเงินอีกประมาณ 6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือร่วมกัน

ชงของบ 797 ล้าน ออกแบบรถไฟไทย-จีนเฟส 2 ถึงหนองคาย

นายอาคมกล่าวว่า โครงการระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 355 กม. วงเงินประมาณ 215,708.76 ล้านบาท จะสรุปรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ (feasibility study) ต่อ ครม.ได้ในรัฐบาลชุดนี้ และอยู่ระหว่างเสนอของบประมาณเพื่อทบทวนผลการศึกษาและออกแบบรายละเอียด จำนวน 797 ล้านบาท โดยไทยดำเนินการศึกษาออกแบบเอง โดยมีจีนเป็นที่ปรึกษา

ส่วนการก่อสร้างงานโยธา ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา) วงเงิน 119,163 ล้านบาทนั้น ตอนที่ 1 ช่วงกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. อยู่ระหว่างก่อสร้าง ส่วนสัญญาที่ 2 ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง 11 กม.จะลงนามสัญญากับผู้รับเหมาในวันที่ 6 มี.ค. และ ร.ฟ.ท.ได้ประกาศ TOR ประกวดราคา จำนวน 5 สัญญา ระยะทาง 144.06 กม. วงเงินรวม 58,427,582 ล้านบาท ด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) จะยื่นซองในเดือน มี.ค.

ส่วนอีก 7 สัญญาที่เหลือนั้นจะทำราคากลางจะเสร็จใน ก.พ.และออก TOR ได้ในเดือน มี.ค. และสรุปผลเดือน เม.ย. ลงนามสัญญาก่อสร้างงานโยธา ระยะที่ 1 ได้ครบในเดือน พ.ค. ก่อสร้างได้ทุกสัญญาใน มิ.ย. 2562

โดยงานโยธา 7 สัญญา ได้แก่ 1. งานสัญญาที่ 3-2 งานอุโมงค์ ช่วงมวกเหล็ก-ลำตะคอง 2. งานสัญญาที่ 3-3 ช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง 3. งานสัญญาที่ 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา 4. งานสัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง 5. งานสัญญาที่ 4-4 งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย 6. งานสัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว 7. งานสัญญาที่ 4-7 ช่วงสระบุรี-แก่งคอย

เตรียมก่อสร้างถนนและระบบขนส่งสาธาณะเชื่อมเข้าสถานีอยุธยา-สระบุรี

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ เพื่อทำหน้าที่เป็นระบบสนับสนุนผู้โดยสารให้กับระบบรถไฟความเร็วสูง โดยเห็นชอบข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ขยายถนนงามเขตต์ ทางหลวง 3053 ทางหลวง 309 ทางหลวง 3477 ทางหลวง 356 ให้เป็นถนน 4 ช่องจราจร ก่อสร้างถนนจากถนนโรจนะเชื่อมเข้าไปด้านหลังสถานีรถไฟ ก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำป่าสักเชื่อมสถานีรถไฟกับตลาดเจ้าพรหม ก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแห่งใหม่ พัฒนาท่าเทียบเรือให้มีความมั่นคงแข็งแรง และปรับปรุงรถโดยสารในเขตเมืองพร้อมปรับเส้นทางรถโดยสารให้มีความเหมาะสม

และเห็นชอบข้อเสนอในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในจังหวัดสระบุรี ได้แก่ ก่อสร้างสะพานข้ามแยกแก่งคอย แยกตาลเดี่ยว และแยกเสาไห้ ก่อสร้างอุโมงค์ข้ามทางรถไฟ ขยายทางหลวง 362 ทางหลวง 3222 ทางหลวง 3034 ทางหลวง 3048 ทางหลวง 3188 ให้เป็นถนน 4 ช่องจราจร ก่อสร้างทางขนานทางหลวง 362 และก่อสร้างถนนเชื่อมศูนย์ราชการกับสถานีรถไฟสระบุรี




กำลังโหลดความคิดเห็น...