xs
xsm
sm
md
lg

เร่งสปีด…ไฮสปีด ส่งเงื่อนไขให้นายกฯ กดปุ่ม…บทบาทที่ผู้นำต้องตัดสินใจ!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


โครงการรถไฟความเร็วสูง อย่างที่ทุกคนทราบว่าเป็นรูปแบบของโครงการการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน (Public Private Partnership) พูดง่ายๆ คือ การมาทำธุรกิจร่วมกัน ถ้ากำไรก็แบ่งกำไรด้วยกัน แต่ถ้าเกิดความเสี่ยงอะไรขึ้นมา ก็ต้องรับความเสี่ยงร่วมกัน

ดังนั้น การหาทางออกในการเจรจาด้านการรับความเสี่ยงที่ทุกฝ่ายรับได้จึงถือเป็นประตูด่านสุดท้ายของการเจรจา ถือว่ารออัศวินขี่ม้าขาวมากดปุ่มเดินหน้าแบบกล้าตัดสินใจ และได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย รวมถึงประชาชนคนไทย ก็จะถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาล หากสามารถขับเคลื่อนโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ถือว่าเป็นกุญแจดอกแรกของอีอีซีให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม และสิ่งที่สำคัญคือประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่คนไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับโครงการอื่นๆ ในอีอีซี

ที่ผ่านมาก็ต้องเห็นใจทีมกรรมการคัดเลือกที่มีอำนาจจำกัด หากโครงการเสี่ยงน้อย รัฐก็สามารถกดปุ่มเดินหน้าได้ทันที แต่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินมีความเสี่ยงสูงหลายด้าน ทำให้เอกชนต้องไปคิดหนักว่าหากจะร่วมลงทุนกับรัฐให้สำเร็จได้จริง ทางภาครัฐเองต้องช่วยลดความเสี่ยงด้านใดได้บ้าง ซึ่งภาครัฐต้องปรับวิธีคิด ซึ่งจะคิดเป็นฝ่ายได้อย่างเดียวและไม่ร่วมเสี่ยงเลยไม่ได้ ดังนั้น การพิจารณารับความเสี่ยงได้บ้างจึงเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จโครงการ ซึ่งต้องส่งต่อให้ผู้มีอำนาจ และอาศัยภาวะผู้นำในการตัดสินใจ ในระดับการรับความเสี่ยง และพิจารณาเงื่อนไขที่รับได้เพื่อเดินหน้าต่อ เพราะหากยังไม่มีใครกล้าตัดสินใจ ปล่อยให้ยืดเยื้อไป อาจลากเข้าสู่การประมูลใหม่ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย รวมถึงความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่ยังอยู่ระหว่างเจรจากับกลุ่ม ซี.พี.ว่า คณะกรรมการคัดเลือกที่ทำหน้าที่เจรจาทราบดีอยู่แล้วว่าจะต้องเจรจาให้จบโดยเร็วตามกรอบที่วางไว้ในเดือนมีนาคมนี้

จากสัญญาณที่ดีในหลายๆ ด้าน คงต้องมาส่งแรงใจเชียร์บิ๊กตู่ให้เข้ามาพิจารณาเงื่อนไข และหาทางกดปุ่มโครงการ เพื่อให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้นได้จริง เพราะหากเข้าสู่การประมูลใหม่ ก็ไม่รู้ว่าจะคุ้มค่ากับความเชื่อมั่นของประเทศหรือไม่


กำลังโหลดความคิดเห็น...