xs
xsm
sm
md
lg

สหภาพฯกทพ.ค้านขยายสัมปทานทางด่วน 37 ปี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สหภาพฯ การทางพิเศษฯ ค้านขยายสัมปทานทางด่วน 37 ปี แลกกับการยกเลิกข้อพิพาทล้างหนี้ นัดพนักงานและสมาชิก 25 ธ.ค.พร้อมเชิญ ประธานบอร์ดและ ผู้ว่าฯกทพ.ชี้แจง

นายชาญชัย โพธิ์ทองคำ ประธานสหภาพพนักงานรัฐวิสาหกิจ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(สร.กทพ.) กล่าวว่า วันนี้ (21 ธ.ค.) สร.กทพ.ได้เข้าพบนาย สุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการ กทพ.เพื่อสอบถามความคืบหน้าแนวทางการเจรจาขยายสัมปทานกับ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพรถไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จากสิ้นสุด เดือน ก.พ.2563 ออกไปอีก 37 ปี เพื่อแลกกับข้อพิพาทที่มีค่าชดเชยมูลค่า 1.3 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ 1. ไม่เห็นด้วยกับตัวเลข 1.3 แสนล้านบาท โดยการนำมูลคดีทางแข่งขัน 4,200 ล้านบาท ที่ยุติแล้ว มารวมกับมูลค่าของ คดีปรับค่าผ่านทางที่ยังไม่มีการตั้งเรื่องฟ้องคดีจาก BEM อีกจำนวน 70,000 ล้านบาท ซึ่งอาจทำให้รัฐเสียประโยชน์
2. ไม่เห็นด้วยกับการนำรายได้ทางด่วนขั้นที่ 1 ไปรวมในการขยายสัมปทาน
3 ขอความชัดเจนเรื่องการนำ 1.3 แสนล้านบาทมาลงบัญชี
4 ถ้าเกิดการต่อสัมปทานไปอีก 37 ปี เรื่องมูลค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ( vat) ประมาณ 700 ล้านบาทต่อปี มูลค่ารวม 2.6 หมื่นล้านบาทใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

โดยในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 เวลา 14.00 น สหภาพฯกทพ. ได้เชิญสมาชิก พนักงานและลูกจ้างเข้าร่วมรับฟัง พร้อมซักถามข้อสงสัย โดย นายสุรงค์ บูลกุล ประธานบอร์ด กทพ. และ นายสุชาติ เข้าร่วมชี้แจงรายละเอียดเหตุผลการขยายสัมปทานให้บริษัท BEM อย่างไรก็ตามสร.กทพ.ขอสัญญาว่าจะรักษาผลประโยชน์ของการทางพิเศษและประเทศชาติอย่างถึงที่สุด

ด้าน นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการ กทพ.กล่าวว่า การขยายสัมปทานให้บริษัท BEM เพื่อล้างหนี้นั้น เป็นเพียงกรอบการเจรจากับเอกชนตามนโนบายของรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขให้เอกชนลงทุนเกือบ 40,000 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 ซ้อนทับแนวทางด่วนเดิม จากอโศก – ประชา โดยไม่เก็บค่าผ่านทางเพิ่ม และก่อสร้างทางขึ้นลงในจุดที่มีปัญหาจราจร

ส่วนการปรับค่าผ่านทาง จะปรับทุกๆ10ปี ครั้งละ10บาท ซึ่งมีอัตราที่แน่นอน ซึ่วงเปลี่ยนจากสัญญาเดิมที่ คำนวณจาก ดัชนีผู้บริโภค(CPI) และปรับทุกๆ5 ปี ขณะที่สัญญาใหม่ กำหนดสัดส่วนการแบ่งรายได้ กทพ. ที่ 60% เอกชน 40% ตลอดอายุสัมปทาน
อย่างไรก็ตาม ตามขั้นตอนจะเสนอผลการเจรจาไปยังคณะกรรมการ PPP ขออนุมัติ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงจะสรุปได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...