xs
xsm
sm
md
lg

สร้างเร็ว! เตรียมเปิดทางเชื่อมด่วนศรีรัช-วงแหวนฯ 30 ก.ย.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เตรียมเปิดใช้ทางเชื่อมด่วนขั้น 2 กับด่วนศรีรัช-วงแหวน 30 ก.ย. หลัง BEM ผนึก ช.การช่าง เร่งก่อสร้างเสร็จเร็วกว่าแผน เพิ่มความสะดวกผู้ใช้ทางทิศเหนือไปยังแจ้งวัฒนะ คาดดันปริมาณจราจรเพิ่มอีกวันละ 2,600 คัน

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางเชื่อมทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร กับทางพิเศษศรีรัช ที่ก่อสร้างได้เร็วกว่าแผนงาน คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในวันที่ 30 กันยายน 2561

สำหรับโครงการทางเชื่อมต่อทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ กับทางพิเศษศรีรัช มุ่งหน้าแจ้งวัฒนะ เป็นความร่วมมือระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดยว่าจ้างบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ก่อสร้างตามสัญญามีระยะเวลาก่อสร้าง 18 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 - 31 มกราคม 2562 มีรูปแบบเป็นทางเชื่อมยกระดับขนาด 1-2 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 360 เมตร เพื่อขยายโครงข่ายทางพิเศษจากกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ไปพื้นที่ด้านเหนือของกรุงเทพฯ เพิ่มความสะดวก รวดเร็วในการเดินทางจากทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ โดยทางเชื่อมดังกล่าวไม่มีด่านเก็บค่าผ่านทาง

ทั้งนี้ หากเปิดให้บริการแล้วจะเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้ทางพิเศษได้เป็นอย่างดี โดยหากเดินทางจากทางวงแหวนกาญจนาภิเษกก็จะสามารถเชื่อมต่อทิศเหนือไปยังแจ้งวัฒนะได้ และสามารถเชื่อมต่อกับวงแหวนรัชดาได้ ทั้งนี้ ทางเชื่อมดังกล่าวไม่มีด่านเก็บค่าผ่านทางเชื่อมต่อระบบทางพิเศษแต่อย่างใด สำหรับปริมาณจราจรปัจจุบันประมาณ 56,000 คันต่อวัน อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าหากเปิดทางเชื่อมมุ่งหน้าทิศเหนือไปแจ้งวัฒนะจะมีปริมาณจราจรเพิ่มขึ้นประมาณ 2,600 คันต่อวัน

นอกจากนี้ สำหรับปริมาณจราจรผู้ใช้บัตร Easy Pass ทางด่วนพิเศษทั้ง 7 สายทาง โดยเป็นสถิติในเดือนสิงหาคม 2561 มีปริมาณจราจรรวมคิดเป็นร้อยละ 40.19 เมื่อเทียบกับปริมาณรถ 4 ล้อ จำนวน 57.06 คัน โดยในปีงบประมาณ 2561 มีรถใช้บริการจำนวน 22.93 ล้านคัน หรือ 739,811 คันต่อวัน และในปีงบประมาณ 2561 ในช่วงเดือนตุลาคม 2560-สิงหาคม 2561 มีปริมาณจราจรรวม คิดเป็นร้อยละ 38.51 เมื่อเทียบกับปริมาณรถ 4 ล้อ จำนวน 600.29 ล้านคัน



กำลังโหลดความคิดเห็น...